|
ข้อควรปฏิบัติ
7 ประการ ในการขับรถ 4WD
|
|
ก่อนที่จะเข้าสู่พื้นฐานการขับในสถานการณ์ต่างๆ
เราจำเป็นต้องบรรยายถึง ข้อปฏิบัติในการขับรถ 4WD โดยทั้งหมดนี้จะเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ
|
|
|
1.เริ่มต้นด้วยการจับพวงมาลัยรถ
มือทั้งสองของผู้ขับขี่จะต้องกำอยู่ภายนอกวงพวงมาลัยเท่านั้น
ห้ามสอดมือลอดเข้าไปในพวงมาลัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่จำเป็นต้องเลี้ยว
หลายคนที่ยังปฏิบัติเหมือนกับการขับบนทางเรียบคือ สอดมือลอดพวงมาลัยขณะที่เลี้ยวในเส้นทางออฟโรด
ลองคิดดูว่าถ้าหากล้อรถตกลงไปในหลุมอย่างแรง อะไรจะเกิดขึ้น?
พวงมาลัยจะตีกลับด้วยความแรง ถ้าหากเราสอดมือเข้าไปก็คงได้รับบาดเจ็บ
เคย ปรากฏให้เห็นถึงขนาดข้อมือถูกพวงมาลัยฟาดหักเลยทีเดียว |
2.
การคาดเข็มขัดนิรภัย
จำเป็น อย่างยิ่งที่ผู้โดยสารทุกคนต้องรัดเข็มขัดเมื่ออยู่บนเส้นทางออฟโรด
ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัย เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่ารถจะพลิกคว่ำเมื่อไหร่
เมื่ออยู่ในเส้นทางออฟโรด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรัดเข็มขัดตลอดเวลา
(ยกเว้นกรณีข้ามน้ำลึก) |
 |
|
 |
3.
การลดกระจกมองข้างลงเมื่ออยู่ในสถานการณ์คับขัน
เมื่อถึงจุดที่จำเป็นต้องวางตำแหน่งล้อ เราจำเป็นจะต้องชะโงกหน้าออกมามองล้อหน้า-หลัง
ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีขับข้ามสะพานซุง เราไม่ควรขับผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เพราะอาจทำให้ตกสะพานได้ อาจเกิดอันตรายและทำให้เสียเวลามาก
เราจึงควรชะโงกหน้าออกมาดู เพื่อให้แน่ใจ ก่อน อีกเหตุผลหนึ่ง
การขับรถในเส้นทางออฟโรด รถจะเอียงซ้าย-ขวา ไปมา บางครั้งตกหลุมอย่างแรงทำให้หัวกระแทกกระจกได้ |
|
4.
การหลีกเลี่ยงรองเท้าแตะ
การใส่รองเท้าแตะ อาจทำให้การควบคุมรถไม่ดีเท่าที่ควร เช่น
ในสภาพฝนตก มีโคลนเลอะ การสวมรองเท้าแตะ จะทำให้ลื่นมาก
อาจทำให้เท้าหลุด จากคันเร่ง, คลัทช์ หรือเบรคได้ นอกจากนั้นยังเป็นอันตราย
หากเดินเหยียบหนามไผ่ในป่าทะลุเท้าได้ รองเท้าที่ใส่ ควรเป็นรองเท้าหุ้มข้อ
มีพื้นหนา เพื่อความคล่องตัว |
5..
การปรับเบาะนั่งไม่ให้เอนนอนมากเกินไป
ตรงกันข้ามในการขับขึ้นทางชันมากๆ เราต้องปรับพนักพิงมาข้างหน้าด้วยซ้ำไป
การปรับเบาะเอนนอนมากเกินไป ทำให้ทัศนวิสัยในการมองไม่ดี
เห็นเป็นมุมเงย และแคบ ซึ่งมุมที่ถูกจะต้องมองเห็นกว้าง
โดยเฉพาะพื้นผิวเส้นทางที่ใกล้รถเพียงไม่กี่เมตร การปรับพนักพิงให้อยู่ในระดับที่พอดี
จะทำให้เรามองเห็นลักษณะเส้นทางที่ดีขึ้น |
|
6.
การเก็บของในรถที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้
ควรเก็บของในรถที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้ เช่น ของมีคม,
ไขควง, คีมและอุปกรณ์ต่างๆ เนื่องจากสภาพเส้นทางทำให้รถโยกไปมาได้
สิ่งของในรถ ก็จะกลิ้งด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจมากระแทกโดนผู้ขับได้
เรื่องนี้ผมเคยมีประสบการณ์ รถตกสะพานซุงในการแข่งขัน
National Challenge 98 ประเทศ มาเลเซีย รถผมมาด้วยความเร็วในขณะข้ามสะพานซุงอยู่นั้น
ซุงได้แยกออกจากกัน ทำให้รถพลิกตั้งตะแคง แต่ไม่ตกลงในคลองเบื้องล่าง
เนื่องจากกันชนหน้าขัดกับซุง หลังจากนั้นเพียงเสี้ยววินาทีที่ผมรู้สึกว่ามีวัตถุ
2-3 ชิ้นตกผ่านหน้าผมไป ลงไปอยู่ในโคลนลำธารข้างล่าง มันคือกล้อง
ถ่ายรูปและรอกทด ซึ่งทั้งแข็งทั้งหนัก โชคดีที่ไม่กระแทกโดนหน้าผม
หลังจากนั้นก็ยังแถมมาด้วยเท้า Co-Driver (ผู้ช่วยคนขับ)
ผมเอง เนื่องจาก เขาอยู่สูงกว่าผม ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยอย่างดี
เสียเวลาหน่อย แต่ก็ได้อุทาหรณ์ว่า ถ้าไม่อยากเจ็บตัว
เราก็ควรเก็บของในรถให้ดี โดยเฉพาะของมี คม และของหนัก
7.
การแต่งกายต้องรัดกุมไม่รุ่มร่าม
ความรุ่มร่าม เป็นศัตรูที่เราคาดไม่ถึง ยกตัวอย่างเช่น
ในกรณีการใช้รอกไฟฟ้า (Winch) ดึงรถ ลวดสลิงเกิดขัด
เพื่อนผมวิ่งไปพยายามแก้ปมออกใน ขณะที่ผู้ขับในรถเป็นผู้ควบคุมสวิทช์เข้า-ออก
ของรอกไฟฟ้า (Winch) ซึ่งต่อเข้าไปในรถ โดยเข้าใจว่าสวิทช์มีปัญหาจึงพยายามกดเข้าตลอดเวลา
เพื่อที่แก้ปมได้แล้ว สลิงกรอเข้าทันที เสื้อตัวใหญ่เข้าไปพันในรอกไฟฟ้า
(Winch) |
 |
|