E-Z
4WD/SUV Technical
บทความการใช้งานและการบำรุงรักษาสำหรับรถ
4WD/SUV เข้าใจง่าย
ประจำเดือน
มิถุนายน 47
ระบบการหล่อลื่นของรถยนต์ที่มักจะถูกละเลย
ก่อนอื่นอยากขออภัยท่านผุ้อ่านที่อาจไม่เข้าใจบทความที่เขียนในคอลัมล์นี้ทั้งหมด
เนื่องจากข้อจำกัดในเรื่องคุณภาพของการพิมพ์ซึ่งต้องการภาพที่มีละเอียดสูงมากทำให้
การส่งข้อมูลคลาดเคลื่อนทำให้ภาพ และตาราง บางภาพที่ประกอบในเนื้อหาที่แสดงในหนังสือไม่ครบถ้วน
ผมขอแนะนำว่าท่านสามารถติดตามบทความที่ละเอียดมากขึ้นทาง
www.gmcworkshop.com ได้ครับ
เรามาเข้าเรื่องที่อยู่ในความสนใจกันเลยดีกว่า
 |
ระบบหล่อลื่นของรถยนต์เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากๆเรื่องหนึ่งของการดูแลรถที่ท่านรัก
และมักถูกละเลยเสมอๆเมื่อรถเริ่มเก่า หรือมากกว่า
3 ปี หรือเริ่มหมดระยะรับประกันของศูนย์บริการของบริษัทแม่นั่นเอง
และท่านทราบหรือไม่ว่า ตรงนั้นคือสิ่งที่ท่านกำลังทำร้ายรถของท่านอย่างไม่น่าให้อภัย |
1
ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องให้ตรงเวลา อากาศร้อนๆแบบกรุงเทพหรือประเทศไทยนี้ร้อนมากๆและมีความชื้นสูงด้วย
ฝุ่นและอากาศก็แย่หน่อย ยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพเร็วมาก
ท่านควรทราบว่านอกจากน้ำมันเครื่องจะเป็นตัวที่ช่วยลดความเสียดทานในเครื่องยนต์แล้ว
น้ำมันเครื่องยังมีหน้าที่ในการช่วยระบายความร้อนอีกด้วย
ท่านควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและกรองน้ำมันเครื่องที่มีคุณภาพ
ตามที่บริษัทผู้ผลิตระบุ ตามเกรดของน้ำมัน
เข่นทุกๆระยะ 5,000 กมหรือ 10,000 กม เป็นต้น
2 น้ำมันเกียร์ทั้งอัตโนมัติ ธรรมดา และเกียร์
4x4 หรือ Transfer case รวมถึงน้ำมันเฟืองท้าย ควรตรงเวลาและต้องตรง
Spec. น้ำมันแต่ละจุดมีความสำคัญมาก รถยนต์แต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่นจะมี
เกรด spec ของเขาโดยเฉพาะเช่น น้ำมันเกียร์อัตโนมัติของ
Grand Cherokee ระบุให้ใช้ ATF+3 ไม่ใช่ Dexron III
เราก็ควรใช้ให้ถูกต้องตามที่กำหนด เพราะยังมีส่วนประกอบอีกหลายอย่างที่เราไม่ใช่ผู้ผลิตน้ำมันเกียร์
เราตอบไม่ได้ทั้งหมดหรือกว่าจะทราบว่าจะมีปัญหาอะไรหรือไม่
เกียร์ของท่านก็เริ่มออกอาการไม่ดีแล้ว เรื่องเกรด
หรือ Spec ของน้ำมันเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ
อย่าคิดว่าง่าย เปลี่ยนถ่ายที่ไหนก็ได้ศูนย์บริการเฉพาะทางจึงเกิดขึ้นมากมาย
เพราะความไม่รู้จริง ของอู่ทั่วไปเป็นตัวทำให้ท่านเสียเงินฟรีๆ
มานักต่อนักแล้วครับ อยากจะขอเน้นไปที่น้ำมันเกียณือัตโนมัติอีกสักนิดเพราะค่าซ่อมแพงที่สุด
ท่านทราบหรือไม่ว่าน้ำมันเกียร์อัตโนมัติทำหน้าที่มากกว่าการหล่อลื่นธรรมดาอีก
3 หน้าที่คือ 1 การที่มันช่วยในการระบาย ความร้อนของห้องเกียร์ไปที่
Oil Cooler 2 หน้าที่สร้างความเสียดทานในการจับตัวของแผ่นคลัชภายในกลไกของเกียร์
3 ทำหน้าที่เป็นน้ำมันไฮโดรลิกในการควบคุมของ Shift
Valve ใน Valve body หรือที่เรียกกันว่าเป็นสมองของเกียร์อัตโนมัติ
เมื่อทราบเช่นนี้แน่นอนการที่เกียร์จะไม่ร้อน อายุยืนยาว
การ Shift ของเกียร์จะนิ่มนวล มีกำลังมีการสูญเสียกำลังน้อยมาก
ก็เพราะท่านดูแลน้ำมันเกียร์สม่ำเสมอครับ คงมีคำถามในใจว่าระยะเวลาที่เหมาะสมในการเปลี่ยนน้ำมันเกียร์คือเท่าไหร่
ผมแนะนำว่าควรสอบถามจากบริษัทผู้ผลิตเป็นหลักดีที่สุด
รถแต่ละรุ่น แต่ยี่ห้อ ออกแบบมาไม่เหมือนกัน จะมาเอาอย่างกันไม่ได้
เกรดก็ไม่เหมือนกัน ปริมาณก็ต่างกันแต่ผมว่าแน่ๆ ควรเปลี่ยนสักปีละครั้งหรือทุกระยะ
40,000 กมก็จะดี การเปลี่ยนบ่อยๆมีข้อเสียอย่าเดียวคือเปลืองเท่านั้นครับ
แต่มีผลดีกับเกียร์แน่นอน
3
น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ ไม่น่าเชื่อว่าน้ำมันตัวนี้คือตัวที่ถูกลืมมากที่สุด
เพราะเข้าใจเอาเองว่าเขาคงเปลี่ยนให้แล้วมั่ง? น่าเห็นใจเพราะน้ำมันพวงมาลัยนี้ส่วนมากไม่มีจุดที่ระบายออก
จึงมีแต่การเติม เติมลงไปเมื่อระดับพร่องลงไป ไม่มีการถ่ายทิ้งเลย
และนั่นคือการทำให้อายุการใช้งานของพวงมาลัยเพาเวอร์สั้นลงครับ
ปีละครั้งหรือ 40,000 กม ครับเหมาะสมที่สุด
ผมไม่ได้กล่าวถึงน้ำมันเบรคหรือน้ำหล่อเย็นเพราะไม่ใช่น้ำมันหล่อลื่น
แต่หากท่านสนใจที่จะดูแลเขาด้วย การเปลี่ยนถ่ายทุกระยะ
40,000 กม หรือ ปีละครั้งก็เท่ากับเป็นการ Refresh
ให้กับระบบเบรคและระบบระบายความร้อนด้วยครับ ที่อยากจะฝากอย่างมากก็คือการเปลี่ยนถ่ายทุกชนิดควรทำโดยช่างที่มีความชำนาญจริงๆ
ศูนย์บริการเฉพาะทางดีกว่าทั่วไป อย่าเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย
เพราะจากสถิติความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการละเลยเรื่องน้ำมันหล่อลื่นและระบบส่งกำลังนั้นมีข้อมูลดังนี้
|
สาเหตุความเสียหายทางกล |
เปอร์เซ็นต์ความเสียหาย |
| 1 ไม่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันตรงเวลา |
60% |
| 2 เปลี่ยนถ่ายตรงเวลาแต่ผิด Spec |
30% |
| 3 มีการรั่วซึมจาก Seal |
10% |
แน่นอนครับ อย่าดูแลรถของท่านเฉพาะช่วงที่กำลังเห่อเท่านั้น
เพราะรถจะเริ่มต้องการการดูแลมากๆจากท่านคือรถที่เริ่มมีอายุตั้งแต่
3 ปีขึ้นไปครับ รถใหม่ๆ ไม่เสียง่ายๆครับ
วิสรัส เอี่ยมประชา
วิศวกรซ่อมบำรุงยานยนต์
GMC-FORCE Workshop
7 พฤษภาคม 2547