E-Z
4WD/SUV Technical
บทความการใช้งานและการบำรุงรักษาสำหรับรถ
4WD/SUV เข้าใจง่าย
ประจำเดือน
มิถุนายน 47
ประสิทธิภาพเครื่องยนต์และผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม
มีความห่วงใยเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากขึ้นทุกวัน
และเครื่องยนต์ของรถยนต์ก็เป็นผู้ร้ายคนหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงมานาน
อันที่จริงก็ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งมาจากเครื่องยนต์ของเราจริงๆ
แต่เรื่องนี้ทางผู้ผลิตเครื่องยนต์ เอาเป็นว่าตั้งแต่ปี
1960 หรือ เมื่อ 40 ปี ก็ได้มีการพัฒนาปรับปรุงมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง
จนปัจจุปันนี้หากเป็นรถรุ่นใหม่ที่เป็นไฟฟ้าหรือที่เรียกว่า
Fuel cell หรือ เครื่องยนต์ลูกผสมเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้าอย่าง
Hybrid หรือพวกที่ใช้ Hydrogen เป็นเชื้อเพลิง ก็เป็นคำตอบ
ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นที่เดียว
แต่ในวันนี้เราจะมาคุยกันแคบลงมาถึงเรื่องไกล้ตัวในเรื่องของ
เครื่องยนต์ที่ยังมีใช้ในบ้านเรา ที่ได้รับการปรับปรุงพัฒนาเรื่อง
Emission Control หรือ การควบคุมสิ่งแปลกปลอมที่ออกมาจากเครื่องยนต์
ให้อยู่ในระดับที่เราพอใจกันก่อน เพื่อสร้างความเข้าใจและช่วยกันดูแลรักษาระบบอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รักษาสิ่งแวดล้อมในเครื่องยนต์ของเรา
ให้มันทำหน้าที่อย่างดี เพื่อช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับส่วนรวมต่อไปนะครับ
มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า รถยนต์หรือเครื่องยนต์ของเรา
มีแหล่งที่เป็นที่มาของปัญหาและสร้างปัญหาได้มากจาก
3 แหล่งคือ
1 ปัญหาจากห้องเครื่องยนต์
( Crankcase )
2 ปัญหาจากการระบายไอของเชื้อเพลิง ( Evapolation)
3 ปัญหาจากไอเสีย ( Exhust )
แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า
ปัญหาส่วนมากกว่า 60% นั้นมาจาก ไอเสียของรถยนต์ นั่นเอง
เรามาดูตารางที่แสดงให้เห็นตัวเลขสักเล็กน้อย
 |
| ประเภทของแกส
ส่วนประกอบของแกส |
CO |
HC |
Nox
|
| 1 เครื่องยนต์ ( Crakcase) |
- |
20% |
- |
| 2 การระบายไอ ( Evaporation) |
- |
25% |
- |
| 3 ไอเสีย ( Exhust ) |
100% |
55% |
100% |
|
ซึ่งปํญหาที่สิ่งแวดล้อมจะเสียหายก็มาจากสาร
ไฮโดรคาร์บอน ( Hydrocarbon CO) คาร์บอนมอนน็อกไซด์
( Carbon monoxide CO) และ ออกไซด์ของไนโตรเจน ( Oxide
of nitrogen Nox) เป็นสิ่งไม่พึงประสงค์นั่นเอง จากตารางจะสังเกตุได้ว่า
ไอเสีย เป็นผู้ร้ายตัวสำคัญมากที่ก่อให้เกิดปัญหามากที่สุด
เพราะมีทั้งสาร Nox และ CO มาก 100% ในขณะที่ ไอของเครื่องยนต์และของเชื้อเพลิงไม่มีสาร
Nox และ CO ออกมาเลย
ปัจจุปันการออกแบบเครื่องยนต์ได้คำนึงถึงผลเสียดังกล่าวมาก
จึงได้รับการ คำนวณ ออกแบบ และติดตั้งอุปกรณ์และระบบต่างๆที่จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมมากมาย
ดังจะกล่าวต่อไปเป็นตัวหลัก 3 ระบบที่เราพบเห็นบ่อยคือ
1 ระบบระบายไอภายในเครื่องยนต์
( Positive Crankcase Ventilation PCV )
2 ระบบการไหลย้อนกลับของไอเสีย ( Exhust gas Recirculation
EGR )
3 ระบบกรองไอเสีย ( Catalytic Converter )
นอกจากนั้นเรายังมีระบบที่สำคัญเช่น
ระบบอากาศช่วยเผาไหม้ Air injection system , ระบบการควบคุมไอเชื้อเพลิง
Fuel evaporation เป็นต้น ซึ่งจะไม่ขอกล่าวในที่นี้เนื่องจากจะยาวและไม่จบในเล่มนะครับ
ระบบระบายไอภายในเครื่องยนต์( Positive Crankcase
Ventilation PCV)
เป็นระบบที่ใช้กันมานาน เพื่อกำจัดและป้องกันไอน้ำมันจากห้องเครื่อง
(Hydrocarbon HC) ไม่ไห้แพร่ออกสู่ภายนอก โดยการดึงกลับเข้ามาเผาไหม้อีกครั้ง
อุปกรณ์ตัวสำคัญที่ท่านควรใส่ใจคือ PCV Valve ซึ่งเป็นวาล์วที่ทำงานโดยอาศัยแรงดูดของสุญญากาศภายในท่อร่วมไอดี
มาควบคุมการเปิด ปิดวาล์ว หากวาล์วค้าง ปิดไม่เปิด
อาจทำให้ไอน้ำมันแรงดันสูงทำความเสียหายกับซีลต่างๆและไอน้ำมันก็จะหาทางออกจนได้
ทำให้เกิดผลกระทบจากการปล่อย สารไฮโดรคาร์บอนสู่สิ่งแวดล้อมในที่สุด
ระบบการไหลย้อนกลับของไอเสีย
( Exhust gas Recirculation EGR)
จากการศึกษาการเผาไหม้ของเครื่องยนต์พบว่า การที่ส่วนผสมของอากาศ/น้ำมันที่บางเกินไป
และการเผาไหม้ที่อุณหภูมิสูงจะมีโอกาสก่อให้เกิดกาซ
Nox ได้มากกว่าการเผาไหม้ปกติที่สมบูรณ์ ระบบของ EGR
เป็นการนำเอาไอเสียบางส่วน(ซึ่งน้อยกว่า 10%) กลับเข้าเป็นส่วนผสมหนึ่งของไอดีเพื่อลดอุณหภูมิการเผาไหม้ลงกว่า
300F มีผลต่อการลดปริมาณของ Nox และยังมีผลพลอยได้ที่ดีต่อการประหยัดเชื้อเพลิงอีกด้วย
อุปกรณ์ตัวสำคัญก็เห็นจะเป็น EGR Valve นั่นเอง ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับ
PCV Valve ในระบบ ระบายไอภายในเครื่องยนต์ครับ ต้องหมั่น
ดูแลตรวจสอบ ในวาล์วตัวนี้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ
นอกจากจะช่วยลดปริมาณ Nox แล้วยังช่วยประหยัดเชื้อเพลิงอีกด้วยครับ
 |
ระบบกรองไอเสีย
( Catalytic Converter )
เป็นระบบที่คนทั่วไปคุ้นเคยกับชื่อของมันมากกว่าระบอื่นๆ
เพราะเข้าใจง่ายว่าเป็นตัวกรองไอเสีย เป็นระบบที่ออกแบบด้วยการก่อให้เกิดปฎิกิริยาทางเคมีทำให้
เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ทำให้สาร HC, CO เปลี่ยนสภาพกลายเป็น
น้ำ (H2O) และ คาร์บอนไดออกไซด์ ( Co2) และหากเป็น
ระบบกรองแบบสามทาง ( Three way single base Converter)
ก็ยังมีสารที่ช่วยการเกิด Nox จากระดับที่เป็นอันตรายลดลงเหลือในระดับที่ปลอดภัยได้โดยเปลี่ยนไปในรูปของ
ไนโตรเจน และ ออกซิเจนแทน |
จากที่ได้กล่าวมาจะเห็นได้ว่า
เครื่องยนต์สันดาปภายในที่เราใช้กันทุกวันนี้
ต่างก็มีความตั้งใจในอันที่จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม
และจะก่อให้เกิดผลตามมาอย่างมีประสิทธิภาพแล้วคงต้องได้รับความร่วมมือจากท่านเจ้าของรถ
ที่ต้องหมั่นให้ความสนใจ ดูแลรักษาอุปกรณ์พื่อสิ่งแวดล้อมของเราให้คงอยู่ตลอดไปครับ
วิสรัส
เอี่ยมประชา
วิศวกรซ่อมบำรุงยานยนต์
GMC-FORCE Workshop
7 มิถุนายน 2547