 |
เดมเลอร์ผลิตเฮอริเคนที่มีความคล่องตัว
และประสิทธิภาพ รวมทั้งกำลังจากเครื่องยนต์มากที่สุด
เท่าที่เคยผลิตขึ้นมา เพื่อแสดงความคารวะก่ผู้หลงใหลรถจี๊ปที่มีเอกลักษณ์ของรถออฟโรด
และสมรรถนะในกาลุย |
ค่ายเดมเลอร์ไครสเลอร์ เรียกเสียงซู้ดปากจากลูกค้าอีกครั้งเมื่อนำต้นแบบ
จี๊ปเฮอริเคน รถขับเคลื่อนสี่ล้อจอมพลังที่สามารถลุยไปได้ทุกที่บนพื้นโลก
เนื่องจากการติดตั้งระบบบังคับเลี้ยวแนวคิดใหม่ที่ให้ความคล่องตัวสูง
ทั้งยังได้กำลังจากเครื่องยนต์ HEMI 2 ตัวที่ให้แรงม้ารวมกันกว่า
600 ตัว
หลังจากประสบความสำเร็จในการผลิต ME 4-12 ที่สามารถเคลมตำแหน่งรถสปอร์ตที่มีความเร็วสูงที่สุดในโลก
( 406 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ) ค่ายเดมเลอร์ โครสเลอร์ ก็เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมเข้างาน
2005 นอร์ธ อเมริกา อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต้โชว์ ( NAIA
) ที่จัดขึ้นในเมืองดีทรอยด์ มลรัฐมิชิแกน อยู่ขณะดีด้วยจี๊ป
เฮอริเคน รถขับเคลื่อนสี่ล้อขาลุยที่ติดตั้งระบบบังคับเลี้ยวแบบใหม่
ที่สามารถบังคับเลี้ยวได้ทั้งสองล้อหน้าและสองล้อหลัง อย่างอิสระ
แต่จุดเด่นที่สำคัญ ที่สุดของรถคันนี้ ได้แก่ รถคันนี้มีแรงม้าที่พร้อมปลดปล่อยได้ทุกเมื่อที่กดคันเร่งถึง
670 แรงม้า !! ที่พร้อมจะพาผู้ขับไปได้ทุกที่บนพื้นโลก
 |
เดมเลอร์ผลิตเฮอริเคนที่มีความคล่องตัว
และประสิทธิภาพรวมทั้งกำลังจากเครื่องยนต์มากทีสุด
เท่าที่เคยผลิตจึ้นมาเพื่อแสดงความคารวะแก่ผุ้หลงไหลรถจี๊ปที่มีเอกลักษณ์ของรถออฟโรด
อละสมรรถนะในการลุย เทรเวอร์ ครีด รองประธานกรรมการอาวุโสไครสเลอร์
กรุ๊ป ดีไซน์ อธิบายถึงวัตถุอุปสงค์ในการผลิตรถคันนี้ขึ้นมา |
| รูปทรงของตัวรถอาจะดูเหมือนรถจี๊ปรุ่น
แรงเลอร์ ( Wrangler ) นำมาเปิดประทุน และตัดส่วนเกินออกไป
ทั้งยังมีเพียงแค่ห้องโดยสารขนาดเล็กที่มีที่นั่งเพียงสองที่
และแผงหน้าปัดกับพวงมาลัยแบบสามก้านเท่านั้นแต่ความไม่ธรรมดาของต้นแบบของคันนี้อยู่ที่เครื่องยนต์
HEMI ขนาด 5.7 ลิตร 2 ตัว ซึ่งติดตั้งด้านหน้าในห้องเครื่องยนต์ปกติ
และทางด้านหลังห้องโดยสารอีกตัวหนึ่ง ร่วมกันผลิตแรงม้าสูงสุด
670 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 740 ปอน์ด ฟุต ทำให้รถทะยานจาก
0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ด้วยเวลาที่น้อยกว่า 5 วินาที
|
|
 |
อย่างไรก็ตามในเวลาปกติที่ไม่ต้องการกำลังจากเครื่องยนต์
8 สูบทั้งสองเครื่อง ระบบ Multi Displacement System
ก็จะตัดการทำงานของลูกสูบ ลงเหลือ 4-8-12 สูบ ซึ่งจะลดกำลังของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์
การขับขี่ ณ เวลานั้น เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงลงไปด้วย
ซึ่งในระบบเดียวกันที่ใช้กับเครื่องยนต์ วี 12 สูบที่ติดตั้งในรถเอส
600 กำลัง ของเครื่องยนต์จะส่งผ่านระบบเกียร์อัติโนมัติ
5 สปีด และผ่านไปยังชุดส่งกำลังที่ปรับอัตราทดได้ตั้งแต่
1: 1 , 2:1 และ 4:1
|
|
เจ้าพายุจอมพลังคันนี้มีความยาวเพียง
3.85 เมตร และมีฐานล้อยาว 2.74 เมตร สามารถลุยไปในเส้นทางต่างๆ
กัน ทั้งไต่ทางชันถึง 64 องศา และสามารถข้ามเครื่องกีดขวางที่มีมุมถึง
86.7 องศา เนื่องจากระยะห่างจากพื้นสูงถึง 14.3
นิ้ว ผนวกกับล้อมีความสูงถึง 37 นิ้วทำให้การเดินทางไปในเส้นทางต่างๆ
ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นยังติดตั้งระบบเลี้ยวสี่ล้อ
ที่ปรับองศาล้อทั้งสี่ ให้หันไปในทิศทางเดียวกัน
เพื่อหมุนตัวรถเป็นวงกลมได้อย่างง่ายได้ หรือจะเลือกบังคับหมุนเลี้ยวล้อคู่ใดคู่หนึ่งก็ได้
ซึ่งช่วยให้คอออฟโรด นำรถผ่านอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างง่ายขึ้น
|
|
 |
รูปแบบของรถที่แสดงถึงความเป็นออฟโรดอย่างตรงไปตรงมา
โดยตัดสิ่งอำนวยความสะดวกออกไปทั้งหมดแม้กระทั่งประตู
ทั้งยังใช้วัสดุที่แข็งแรง และน้ำหนักเบาอย่าง คาร์บอนไฟเบอร์
, อะลูมิเนียม, และไทเทเนี่ยม ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของไครสเลอร์ที่ต้องการสร้างความตื่นตัวในตลาดออฟโรด
เพื่อกระตุ้นยอดขายรถจี๊ป ในฐานะผู้นำตลาดออฟโรด และช่วยให้ค่ายเดมเลอร์
ไครสเลอร์สามารถเอาตัวรอดในสงครามแย่งชิงส่วนแบ่งในสหรัฐที่รุนแรงมากในปัจุบัน |

คลิ๊กดู
vdo file >>
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
USA >>
Motoring ปีที่
5 ฉบับที่ 1,975 วันที่ 16-19 มกราคม 2548 หนังสือพิมพ์
ฐานเศรษฐกิจ
|