คิดอย่างไร? กับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเข้ามาแล้ว
ผมยังจำได้กับ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวหรือจะเรียกว่าวิกฤตเศรษฐกิจก็ได้ เราเคยพบกันมาแล้ว ในประเทศไทย เอานับที่ผมเคยโดนก็ปี 2540 ในอเมริกาเอง ในปี 1930 ก็เคยเป็นแบบนี้ ปี 2551 ก็โดนอีก ไม่น่าจะมียกเว้นที่ไหนในโลก ก็ย่อมเคยประสบกับ เหตุการณ์ภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจแบบนี้มาก่อนเช่นกัน ไม่มีเคยมีภาวะเศรษฐกิจที่ไหนในโลกที่ขึ้นอย่างเดียวแล้วไม่ลง หรืออะไรขึ้นแล้วไม่ลง อย่าไปเดือดร้อนกับมันมากจนเกินไปครับ
ทุกคนที่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ในเวลานี้ เป็นเหมือนกันหมด เหมือนรถติด Ferrari ก็ไปไม่ได้ รถเมล์ก็ไปไม่ได้ ทุกคนต้องกิน ต้องใช้ เหมือนกันครับ แต่เมื่อภาวะวิกฤตมาแบบนี้ ทุกคนจะประหยัดกันครับ เคยใช้มากก็ใช้น้อยลง รายได้ที่มีจำกัดสำหรับมนุษย์เงินเดือนก็จะต้องลดค่าใช้จ่าย ลดค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยลง พยายามเก็บเงินสดไว้ใช้ยามจำเป็น คนที่ไม่ขยันหรือไม่มีคุณค่าก็จะถูกเลิกจ้าง คนเราจะถูกเลิกจ้างหรือไม่ ต่อไปจะทำอะไร กิจการของบริษัททำอยู่จะไปได้ไหม เราและเขาจะไปได้หรือไม่ เราต้องรู้ครับ หากเราไม่รู้อะไรเลยเมื่อกิจการไปไม่ได้เขาก็ต้องเลิกจ้างเรา แต่หากเราเป็นคนขยัน ดิ้นร้น ต่อสู้ อยู่เสมอจะไปถูกเลิกจ้างหรือปรับตัวไม่ทันได้อย่างไร ก็บริษัทมันไปไม่ได้ เขาก็ต้องหยุดกิจการ ปิดกิจการ เราซิต้องมองหาช่องทาง ทางหนีที่ไล่ไว้จึงจะถูก อย่าตีโพยตีพายครับ มนุษย์หาเช้ากินค่ำก็เช่นกัน เจ้าของกิจการก็เหมือนกัน ก็ต้องขยันกว่าเดิม ลดรายจ่ายเช่นกัน อะไรไม่จำเป็นก็ต้องตัดออก ธรรมดาๆครับ พยายามหาสินค้าราคาประหยัดช่วยกันลดต้นทุน ให้ลุกค้า หาของถูกมาขาย เอาเฉพาะสินค้าที่จำเป็นจริงๆมาขาย หากเราเข้าใจ พอเพียง ขยัน ก็น่าจะพอสู้กับวิกฤตได้
เมื่อไหร่ โอกาสเปิด คนมีไม่มีรายจ่ายมาก เงินก็จะล้นระบบอีกรอบ ภาวะที่คนอยากลงทุนก็จะกลับมาอีก ไม่ต้องเพิ่งโหรหรือนักเศรษฐศาสตร์ที่ไหนหรอกครับ คนอย่างเราๆก็มองออก มองให้เป็น มองโลกในแง่ดีครับ รอกันไหวไหมละครับ ผมว่ารอบนี้ก็คงอีกสัก 3-4 ปี คงได้มั่งครับ
วิสรัส เอี่ยมประชา Webmaster www.gmcworkshop.com 10 พฤศจิกายน 2551