Webmaster
Talk
www.gmcworkshop.com
1995-2005
GMC กับ Jeep ในประเทศไทย
อันที่จริงต้องบอกว่า
วิสรัส กับ Jeep น่าจะถูกต้องกว่า เพราะปีนี้มันครบรอบ
10 ปี ที่ผมได้สัมผัสกับ Cherokee ป้ายแดง ในปี 1995 หรือ
ในปี พ.ศ. 2538 และในปีนี้( พศ. 2548) มันคือ ปีที่ครบรอบ
10 ปี ครับ ผมรักมันและมันทำให้ผมมีอาชีพใหม่ที่ผมรักเช่นกัน
ที่อยากจะเล่า ให้ฟังเพราะ
ผมมีประสบการณ์กับมันมากครับ ผมยังเป็นคนที่รัก Jeep ขับ
Jeep มาตลอด 10 ปีเช่นกัน ไม่เคยว่า Jeep ให้เสียหาย ไม่เคยว่า
Jeep ไม่ดี ตั้งแต่ Jeep เข้ามาในประเทศไทย จน ปัจจุบันนี้และก็คิดว่าคงขับ
Jeep ตลอดไป จนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่ง ลองมาย้อนดูประวัติศาสตร์กันหน่อยซิครับ
ผมขับ
Cherokee คันแรก ในปี 1995 เป็น Cherokee
ประกอบนอก เป็นรุ่นที่มี Air bag แล้ว สีเขียว ทะเบียน
4ฬ-4951 กรุงเทพ ( ทุกวันนี้ไม่รู้ไปอยู่ไหนแล้ว) กว่า
250,000 กม ในระยะเวลาประมาณ 6 ปี เฉลี่ย ปีละกว่า 40,000
กม ช่วงนั้นทำงานรับเหมาเครื่องกลไฟฟ้าครับ วิ่งเหนือ
ใต้ ออก ตก ทั่วประเทศ บุกน้ำ ลุยโคลน ลูกรัง ทางไม่เป็นทาง
ไปมาหมด ที่สนุกและเชื่อมั่นกับ Cherokee มากๆและมันสุดๆก็เมื่อเริ่มเอา
Cherokee ลงสนามแข่งขันออฟโรด สมัยนั้น เรียกว่ารายการ
Esso Off Road Man 1998-1999 ผมเป็นคนบ้าคนที่ 2 (ต่อจาก
คุณคมสัน Founder ของ GMC และเป็นผู้ให้กำเนิด www.doctorjeep.com
อันโด่งดัง เป็นคนบ้าคนที่ 1 ) ที่เอา Jeep Cherokee
ไปลงแข่งขัน แต่ผมก็เป็นคนที่ 1 ที่ประสบความสำเร็จในการนำ
Cherokee ขึ้นรับถ้วยชนะเลิศในการแข่งขันติดต่อกัน 2
ปี ได้ในปี 1998-1999 ตามลำดับ และมันก็เป็น Cherokee
คันที่เป็น ครูของ GMC ในปี 1999 ก่อนที่มันจะหมดอายุและต้องจำใจขายไป
เพื่อซื้อ Wrangler คันใหม่ ในปี 2543 หรือปี 2000
ผมขับ Wrangler
เป็น Jeep คันที่ 2 ของผมเอง ทะเบียน ภล 3180
กรุงเทพ สีเขียว ผมชอบและรัก Wrangler ที่สุด มันเป็นรถในฝันของผม
มันเป็น Wrangler รุ่นแรกที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย
ที่ประกอบจาก USA ปัจจุบันผมใช้มันมากว่า 5 ปี ใช้ไปแล้วเป็นระยะทางประมาณ
160,000 กม. หรือเฉลี่ยปีละ 30,000 กม. ตกแต่ง จนครบหมดทุกอย่าง
ถอดเข้า ถอดออก น้ำมันไม่มีรั่ว แค่ซึมก็ซ่อมแล้ว ใช้งาน
On road - Off road หนัก เบา จมน้ำจนมิดหลังคาก็เคยมาแล้ว
พลิกคว่ำ 3 ตลบเกือบตกเขาตายก็หลายครั้ง รับจ้างถ่ายละคร,
ภาพยนตร์, งานโฆษณาสินค้า ฯลฯ ผมเป็นคนที่รู้จัก Wrangler
ดีที่สุดคนหนึ่งในประเทศไทย และทุกวันนี้ก็ยังคงขับ
Wrangler คันนี้อยู่ครับ
ผมขับ Cherokee
คันที่ 3 เป็นของส่วนกลาง GMC เป็นรถ Service
ประจำบริษัทฯ มันเป็นรถ 2.5 L เกียร์ธรรมดา สีแดง ทะเบียน
ภร 2968 กรุงเทพ ผมและพนักงาน GMC ใช้งานมันกว่า 180,000
กม. ในระยะเวลา 6 ปี หรือ ปีละ 30,000 กม. ใช้ทำงานสารพัด
ตั้งแต่เป็นรถ Service ประจำ GMC, รถช่วยงานออกทริปทุกทริปของ
JJTHAI , รถเสบียง, รถอะไหล่ , หรือเป็นกระทั่งรถสำรองสำหรับให้ลูกค้ายืมขับกลับบ้านได้
ฯลฯ ปัจจุบันเราติดตั้ง LPG Conversion kit ระบบ TSIC
( Timed Sequential Injection Control ) ให้มันเพื่อเป็นรถสาธิตและปัจจุบันใช้งานมากกว่าคันอื่นๆ
เพราะมันประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากครับ
คงไม่ต้องนับรวมๆว่าผมนั้นเคยขับ
Grand Cherokee ZJ , WJ, 4.0 L , 4.7 L , CRD Cherokee
XJ โฉมใหม่ 1998 2001 , Liberty 3.6LV6 ก็ขับมาแล้ว
Wrangler Rubicon 2004 ก็บินไปขับที่ Rubicon Trail
USA มาแล้ว เรียกได้ว่า ผมขับ Jeep มามาก และทุกรุ่นที่มีอยู่ในประเทศไทย
รวมๆ แล้ว ผมมีประสบการณ์กับ Jeep มากว่า 600,000 กม.
ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมานี้
ฉะนั้น จึงไม่น่าแปลกใจว่า
ทำไมการขับรถ, การลองรถ, การประเมินรถ, การตรวจสอบหาสาเหตุความผิดปกติของรถ
ผมจึงมีความชำนาญและเชี่ยวชาญเรื่องนี้เป็นพิเศษ คงต้องพิจารณาดูที่
Back ground อีกสักนิดก็จะทราบครับ กว่าจะตอบได้แบบนี้
รู้สึกได้แบบนี้ ผมทำอะไรมา ผมเป็นวิศวกรเครื่องกลมากว่า
20 ปี อยู่กับงานซ่อมบำรุงมากกว่า 15 ปี อยู่กับ Jeep
มากว่า 10 ปี ลำบากและยากเหมือนกันครับ จนบางครั้งไม่สามารถอธิบายอะไรออกมาเป็นตัวอักษรหรือคำพูดได้
เพราะมันเป็นเรื่องของประสบการณ์และความรู้สึกที่ยากจะอธิบายได้
นั่นเองครับ
วิสรัส เอี่ยมประชา
Webmaster
www.gmcworkshop.com
10 พฤศจิกายน 2548