Outdoor Life
www.gmcworkshop.com
ประจำเดือนกรกฎาคม 2545


ผจญภัยสุดสายน้ำว้า
ฝ่ามรสุมสายน้ำเชี่ยว

ริ้วคลื่นที่โถมซัดเข้าปะทะ นักผจญแก่ง สร้างความตื่นเต้นตลอดการ เดินทาง


บรรยากาศยามเช้า ริมหาดทราย จุด แคมป์ห้วยหมาวหมอก ท่ามกลางผืน ป่า ที่โอบล้อมหน้าผาอัน เงียบสงบ


เศษซากไม้ไผ่ หนึ่งในอุปสรรค กลางสายน้ำ
นับเนื่องจากทิศเหนือจดทิศใต้ตามแนว พาดผ่านของ เทือกเขาฝีปันน้ำ และเทือกเขาหลวงพระบาง อันเป็นปราการกั้น พรมแดนระหว่างประเทศไทย กับสาธารณประชาธิปไตย ประชาชน ลาว ขุนเขาดงดอยที่สลับซับซ้อนแห่งนี้ไม่ เพียงเป็นอาณาจักรแห่ง พืชพรรณที่สร้างผืนป่า แห่งนี้ให้ดิบทึบอุดมสมบูรณ์ มาเนิ่นนาน เท่านั้น ท่ามกลางดินแดงดงดอยแห่งนี้ ยังเป็นจุดกำเนิดของสรรพ ชีวิตมากมาย รวมถึงต้นธารสายน้ำนับร้อยสายที่ หลั่งไหลมาไกล จากยอดดอยสูงภูสามเหลี่ยม ดอยขุนน้ำสนาน ดอยม่อนผีตาย และดอยภูฟ้าเหนือระดับน้ำทะเล ปานกลาง 600 เมตรขึ้นไป ขุนน้ำ สายเล็กๆ ต่างซึมซับไหลรวมลงเป็น น้ำว้าที่ขนาบด้วยขุน ดอยยาว ไกลไปอีกนับร้อยกิโลเมตร ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำน่าน สายน้ำสายสำคัญ ที่เปรียบประดุจเส้นโลหิตใหญ่ของ ชาวเมืองน่าน อันมากไปด้วย เรื่องราวของชีวิต วัฒนธรรม และประเพณี และไหลลงมาบรรจบกับ แม่น้ำปิง วัง และยม ก่อนจะรวมสายเป็นเจ้าพระยา สายน้ำแห่ง ชีวิตของชาวไทย

12 Monkeys คือกลุ่มเพื่อนเที่ยวรุ่นเก่า และเก๋าของผมที่เคย เที่ยวหัวหก ก้นขวิดตะลุยป่า ฝ่าดงด้วยกันมานานนับปี และสำหรับการเดินทางครั้งนี้ ผมไม่พลาดที่จะโทร.ไปชวนเพื่อนกลุ่ม 12 Monkeys ไปด้วย ทุกคน ยินดีที่จะร่วมแรมทางไปผจญสายน้ำ เชี่ยวที่จังหวัดน่าน กันอีกครั้ง ซึ่งครั้ง หนึ่งพวกเขาเคยเข้าร่วมสำรวจ สายน้ำว้าตอนกลางกับผมมา แล้วเมื่อหลายปี ก่อน ผมเสียดายมากที่เพื่อนรู้ใจอีกคนหนึ่งยกหูโทร. มาบอกยกเลิกการเดินทาง กะทันหัน เพราะต้องโยกย้ายไปรับตำแหน่งใหญ่โตที่บริษัทแห่งใหม่ ทั้ง ๆ ที่ รับปากกับพวกเราเป็นมั่นเป็นเหมาะ ว่าจะไม่ขอพลาดรายการนี้เด็ดขาด เลยเหลือเพียง 11 Monkeys ที่ร่วมเดินทางไปครั้งนี้ แจ็ค ทราเวลเลอร์ นายท้ายเรือฝีมือดีที่ขับรถตามไปสมทบ คณะเราที่จังหวัดน่าน นพดล วิเศษสุจริต จาก Crazy Rapid Team คืออีกผู้หนึ่งที่เริ่มบุกเบิกและสำรวจ เส้นทางสาย น้ำว้าตอนกลางแห่งนี้ใน ยุคต้นๆ ประสบการณ์ล่องเรือผจญแก่งในสายน้ำว้า นี้นับว่านพมี มากกว่าใครๆ เมื่อเทียบกับพวกเรา ครั้งนี้นพดลเลยยกมืออาสา ที่จะจัดการทุกอย่างและพา เรากลับไปยังเส้นสายแห่งน้ำว้านี้อีกครั้ง
ผจญภัยในคืนพระจันทร์เป็นใจ

เสบียงอาหารและสัมภาระจำนวนหนึ่ง สำหรับการเดินทาง ถูกจัดลงในกระเป๋ากันน้ำอย่างดี เรือยาง 3 ลำ พร้อมนัก ผจญแก่งอีก 14 ชีวิต พร้อมขึ้นรถหกล้อมุ่งหน้าสู่บ้านสบมาง ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอบ่อเกลือ

เพื่อนฝูงที่ไม่ได้เจอกันนานเป็นปีๆ ต่างจับคู่ จู๋จี๋หยอกล้อคุย กันท้ายรถโดยสารหกล้ออย่างสนุกสนานเฮฮา รถออกมาจาก ตัวเมืองไปตามเส้นทาง ถนนสายเล็กๆ ที่เริ่มลัดเลาะไต่ขึ้น เขาสูงชันคดโค้ง ไล่ระดับไปเรื่อย บางช่วงสูงชันจนคนขับ ต้องรีดกำลังเครื่องยนต์พ่นควันสีเทา หม่นส่งกลิ่นคลุ้งไป ทั่วคันส่งให้รถทะยานขึ้นเขาไปให้ได้ เพื่อนบางคนเริ่มแสดง อาการเมารถออกมา บางคนหลับฟุบมุดหน้า มุดตาแบบสลบ ไสลไปตามกัน ยิ่งนานเข้าเสียงสนทนาก็เริ่มลดน้อยลงทุกที เพราะต่างคนต่างหากลยุทธ์ในการหลับ แก้เมาเพื่อออมแรง จะมีบางคู่ที่นั่งใกล้กันยังกระซิบข้างหูคุยกันได้

เจ้าหกล้อพาเราฝ่าทะเลภูเขามาได้ไกลกว่า 80 กิโลเมตร แล้ว คนขับต้องหยุดพักรถ เพราะเจ้าหกล้อเครื่องร้อน ต้องพักให้ น้ำอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่จะห้อขึ้นเขาต่อไปจนสุดทาง ที่บ้าน สบมาง เส้นทางสายนี้หากจะเปรียบแล้วผมว่า อยู่ระดับน้องๆ เส้นทางแม่สอด-อุ้มผาง เลยก็ว่าได้....

อิริยาบถสบายๆ ของนักล่องแก่งกับ การพักผ่อนกลางสายน้ำ


สีหน้าของเหล่าฝีพาย ที่หมายมั่นใน การเอาชนะสายน้ำ อันเชี่ยวกราก และเดือดดาล


ระลอกคลื่นที่เกิดจากโขดหิน ใต้น้ำ หากหลบเลี่ยงไม่ดีมี สิทธิ์ติดหิน เป็นแน่


แวะพักริมทางสำหรับ มื้อกลางวัน ก่อนออกเรือ ฝ่าเกลียวคลื่นต่อไป


ความดุเดือดพลุ่งพล่าน ของสายน้ำ เชี่ยวเหนือแก่งผีป่า เหล่าฝีพาย ต้องพร้อมใจ รวมเป็นหนึ่งเดียว ที่จะต้องพาเรือผจญผ่าน
เหตุที่ผมชอบกิจกรรมท้ายสาย น้ำนี้ ก็เพียงเพื่อที่จะพาตัวเอง เดินทางเข้า ไปเรียนรู้และสัมผัสถึงธรรมชาติริม ฝั่งน้ำที่ยังเป็นปริศนาแห่ง การค้นหา ได้อย่างใกล้ชิด และการล่องเรือยางนี่เองที่จะพาเราล่อง ฝ่าสายน้ำเชี่ยว ไปตามใจฝันได้อย่างปลอด ภัยมากที่สุด

เราเดินทางมาถึงบ้านสบมาง ทุกคนเดินลงรถด้วย อาการปวกเปียกแมื่อยล้า ชายแปลกหน้า 2 คน เดินตรงเข้ามาหาผมแล้ว ยกมือขึ้นไหว้ ผมยิ้มพร้อม รับไหว้ชายผู้นั้นแบบงงๆ โดยที่ไม่รู้หรอกว่าเป็นใคร มารู้ทีหลังว่าเป็น น้อยและอุ่น สองพี่น้อง
ชาวบ้านสบมางที่เคย ร่วมสำรวจสายน้ำว้า ตอนกลางด้วยเมื่อครั้งก่อน

"พี่ ... คราวนี้น้อยและอุ่นจะไปกับเราด้วย เหมือนเดิม เดี๋ยวนี้เขาพายเรือ เก่งแล้ว" นพบอกกับผมพร้อมเสียงหัวเราะ

"ดีเลย" ผมตอบตกลงสั้นๆ ก่อนจะเดินกลับไป แพ็กกล้องลงกระเป๋ากันน้ำ เพราะพี่น้อง 2 คน นี้ช่ำชองภูมิประเทศและผืนป่าในแถบน้ำ ว้าเป็นอย่างดี

ทีมงานเรือยางช่วยกันปั๊มลมเข้า เรือจนเต็มครบ 3 ลำ สัมภาระถูกแบ่ง กระจายไปตามเรือแต่ละลำ นพไม่ลืมที่จะหยิบอุปกรณ์ฉุกเฉินสำหรับ ช่วยชีวิตและอุปกรณ์ซ่อม เรือยางลงเรือไปด้วย ทุกอย่างดูจะพร้อมหมด แล้ว ทุกคนมีอุปกรณ์สำคัญติดตัว 3 ชิ้น คือ ไม้พาย หมวกนิรภัย และเสื้อ ชูชีพ เราซักซ้อมกฎแห่งความ ปลอดภัยในสายน้ำ และการรวมทีมพาย กันก่อนเพื่อความเข้าใจเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของ นักผจญแก่ง แจ็ค ออด นพ สามทหารเสือกระจายกัน ทำหน้าที่ เป็นนาย ท้ายเรือแต่ละลำ

"ทุกคนพร้อม" เสียงนพตะโกน

"พร้อม" ทุกคนตอบดังลั่นท่ามกลางฝูงชน ชาวลัวะทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ที่ มายืนดู นัยว่าเป็นแรงใจให้พวกเราเดินทางให้สนุกและโชคดี

บ่ายแก่ๆ ขบวนเรือยางของพวกเรา ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปตามแรงพาย และสายน้ำที่ไหลเอื่อยเป็นการอุ่นเครื่อง นับจากนี้ไปสายน้ำจะไม่หวน กลับ เราจะต้องเดินหน้าอย่างเดียวเพื่อไป ให้ถึงปลายทางให้ได้ สายน้ำว้า พาขบวนเรือของพวกเราฝังตัวเข้าไป ใจกลางป่าดงดิบทุกขณะ โตรกผา ภูเขาสูงสองฟากฝั่งเสมือนลู่กำแพง ที่มีผืนพรมธรรมชาติของป่า ไม้ ปูปิดโอบล้อมเราไว้ ภูมิประเทศเริ่มลาดเทลดระดับ ลงสู่ที่ต่ำ คาดว่าห่าง
ออกไปไม่ไกลจะต้องมีจุดหักเทของสายน้ำที่พอจะเกิดเป็นแก่งได้ สายน้ำพัดพาเรือไป ได้เร็วขึ้นกว่าเดิมจนมาพบ "แก่งผาหลวง" เป็นการประเดิมกำลังของพวกฝีพาย ไล่ลงมายังมีแก่งหลวงซึ่งก็ไม่ใหญ่หลวงสักเท่าใดนัก ต่อมาเป็น "แก่งสามค้อ" มีลักษณะ ลดหลั่นระดับเป็นสามช่วงหรือสามข้อต่อเนื่องยาว แก่งนี้เริ่มเรียกเสียงเฮของพวกเราออกมาได้บ้างแล้ว

สายน้ำว้าตอนล่างยังมีแก่ง สนุกตื่นเต้นที่ได้รับความนิยม
จากนักล่องแก่ง มือใหม่มากหน้า

สีสันของแสงสุดท้ายยามเย็น ความสวยงามแห่งโตรกผา สลับสี เหนือสายน้ำ

"แก่งวังถ้ำพี่" "แก่งเสือเต้น (สบมาง) พี่" น้อยตะโกนบอกผมเรื่อยมา เมื่อเรือพ้นแก่งเล็กๆ พวกนั้นมาแล้ว และไม่นาน "ข้างหน้า ถึงแก่งไฮจ้ำแล้วนะพี่" นพตะโกนเตือนให้ผมระวัง เพราะแก่งไฮจ้ำเคยมีเพื่อนมาเสียท่าเทกระจาดกันมาแล้ว โชคดีที่พวกเราหลุด ผ่านมาได้ครบทั้ง 3 ลำ กระแสน้ำไหลเร็วขึ้นตามความลาดเอียงของภูมิประเทศ เรายังต้องผ่านแก่งน้อยใหญ่อีกมากในวันนี้ เช่น แก่งสบห้วยปลากั้ง แก่งสบห้วยก๋าย และแก่งสบห้วยปึ่ง ก็เป็นอีกหนึ่งปราการที่นักผจญแก่งทั้งหลายต้องใช้ทักษะกันบ้าง...

และนี่เป็นเพียงความสวยงามบางส่วน ที่เรานำมาเสนอกับท่านสมาชิก หากสนใจท่านสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียด เพิ่มเติมได้จาก Nature Explorer นิตยสารสำหรับนักแรกทางธรรมชาติ ฉบับเดือนกรกฎาคม 2545 หรือ www.natureexplorer.net


ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือ Nature Explorer Feature : Outdoorlife หน้า 72-82 ฉบับเดือนกรกฎาคม 2545

Back