Outdoor Life
www.gmcworkshop.com

ผจญภัยผีปันน้ำ
ความลึกเร้นในม่านหมอก
ขึ้นชื่อว่าป่าดงพงพีและขุนเขานั้น ย่อมมีนิยามถึงความดิบ เถื่อนและลึกลับ ด้วยในผืนไพรกว้างล้วนมีซอกมุมอับแปลก แยกอีกมากมายนักที่มนุษย์ยังมิอาจค้นพบ และอาจจะไม่มี วัน ค้นพบเลยด้วยซ้ำ ความมหัศจรรย์ของพรรณพฤกษา
และ สรรพสัตว์น้อยใหญ่ จึงยังคงซ่อนกาย อยู่ในผืนป่า กว้างของไทย


ทว่าในบรรดาขุนเขาสูงมากมาย ที่มีอยู่ทั่วประเทศนั้น ยังมีอยู่ยอดหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้จักน้อยมาก นักสำรวจหลายคนอาจมองข้ามมันไป แล้วมุ่งสู่ ยอดดอยที่สูงกว่าและมีชื่อเสียงกว่า นักภูมิศาสตร์อีกทั้งนักธรณีวิทยา อาจผ่านเลยมันไปยังยอดเขา ซึ่งมีสัณฐานรูปทรงประหลาดแปลกตา กว่า ส่วนนักพฤกษศาสตร์นั้นเล่าก็อาจย่ำเดินขึ้นสู่ยอด ดอยอื่นที่เข้าถึง ง่าย และรกเรื้อน้อยกว่า มันคือยอดเขาที่ชื่อ "ผีปันน้ำ" แห่งจังหวัด เชียงราย ทุกวันนี้ผีปันน้ำจึงยังคงรักษาความยิ่งใหญ่เอาไว้ และ ได้ กลายเป็นเส้น ทางที่นักแรกทางน้อยคนนักจะได้ขึ้น ไปสัมผัสความ อลังการของมัน

"โอ๊ย ไม่มีคนขึ้นไปที่นั่นมาตั้งนานแล้วพี่ จะมีก็แต่ชาวบ้านบางกลุ่มขึ้น ไปเก็บของป่านานๆ ครั้งเท่านั้น" เป็นคำบอกเล่าของลูกหาบคนหนึ่งก่อน ออกเดินทางไปพร้อมกับเรา
สวัสดีผีปันน้ำ

กว่าจะขับรถมาถึง อุทยานแห่งชาติขุนแจ จังหวัด เชียงราย ก็ปาเข้าไปเที่ยว กว่าแล้ว เราจึงรีบ วางแผน การสำรวจผีปันน้ำกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะเป็นคนนำ ทางด้วย แผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 50,000 ของอาณาบริเวณ อุทยานฯ ขุนแจถูกกางออก ในแผนที่เต็มไปด้วยเส้นชั้น ความสูงคดโค้งเรียงช้อนกัน ถี่ยิบ บอกให้รู้ว่าภูมิประเทศ ในแถบนี้ มีแต่เทือกเขาสลับ ซับซ้อน ปรากฏเป็น ยอดดอย สูงเฉลี่ยเกินระดับ 1,000 เมตรทั่วไป ไม่ว่าจะ เป็นดอยผา โง้ม ดอย ลังกาหลวง และดอยช้าง ฯลฯ แต่ดูเหมือนจะ มีแต่ดอยลังกาหลวงความสูง เฉลี่ย 2,030 เมตร เท่านั้น ที่ผู้คนรู้จักและไปเยือนมากที่สุด ในฐานะยอด เขาที่สูงเป็น อันดับ 5 ของประเทศไทย การเดินขึ้นผีปันน้ำ ของเรา จึสร้าง ปัญหาคาใจให้ใครหลายคนว่า "มีอะไรอยู่บนนั้น" คำถามนี้เองที่อาจเป็น สาเหตุแห่งการ

"ผีปันน้ำ" เป็นชื่อของแนวเทือกเขาขนาดใหญ่ 2 เทือกที่ทอดตัว ในแนวเหนือใต้ ตั้งตระหง่านอยู่กลางภาคเหนือของไทย มีลักษณะ เป็นทิวเขาซับซ้อน ซึ่งประกอบด้วยป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง ตามลาดไหล่เขา ป่าดิบชื้นตามร่องห้วย ป่าดิบเขาและป่าสนตาม ยอดดอยสูง





เทือกเขาผีปันน้ำนั้นมีอยู่ 2 แนวใหญ่ๆ เทือกแรกคือผีปันน้ำตะวัน ออก เป็นเทือกเขาขนาดใหญ่ที่แผกตัว จากเทือกเขาหลวงพระบาง (กั้นพรมแดนไทย-ลาว) ตรงเขตติดต่อระหว่างจังหวัดน่านกับ จังหวัดพะเยา จากนั้นจะทอดตัวคดโค้งลงใต้ แล้ววกไปทางตะวัน ตกเฉียงใต้ พาดผ่านจังหวัดแพร่ อุตรดิตถ์ จนสิ้นสุดปลายเทือก ที่จังหวัดสุโขทัย หากดูในแผนที่ก็คือแนวเทือกเขา ที่ตั้งอยู่ระหว่าง แม่น้ำยมและแม่น้ำน่านนั่นเอง ส่วนเทือกเขาผีปันน้ำตะวันตกจะ เริ่มกินอาณาเขตตั้งแต่อำเภอแม่สรวย และอำเภอเวียงป่าเป้าของ จังหวัดเชียงราย ทอดลงสู่จังหวัดพะเยา ลำปาง และแพร่ จนไป สิ้นสุดปลายเทือกที่จังหวัดสุโขทัยเช่นกัน เป็นเทือกเขาซึ่งตั้งอยู่ ระหว่างแม่น้ำวังกับแม่น้ำยม เทือกเขาผีปันน้ำจึงคงความสำคัญ ในฐานะป่าต้นน้ำชั้นหนึ่งของประเทศ ที่ผลิตน้ำให้แก่แม่น้ำวัง ยม และน่าน ก่อเกิดเจ้าพระยาไหลหล่อเลี้ยง สรรพชีวิตนับไม่ ถ้วน

ผมลองตรวจดูในแผนที่อย่างละเอียดก็พบว่า ไม่ว่าจะมียอดเขา สักกี่ยอดบนเทือกเขาผีปันน้ำ ก็มีอยู่เพียงยอดเดียวเท่านั้นที่ชื่อ "ผีปันน้ำ" เช่นเดียวกับเทือกแม่ของมัน มันมีอะไรเกี่ยวโยงกันนะ


เผลอนิดเดียวผมก็มานั่งเขย่าโขยก อยู่ในกระบะท้ายบนรถขับเคลื่อน สี่ล้อสภาพกลางเก่ากลางใหม่ของอุทยานฯ ขุนแจเสียแล้ว มันค่อยๆ พาเราวิ่งลัดเลาะไหล่เขาชันขึ้นไปตามถนน ดินลำลองแคบๆ อย่าง ช้าๆ แม้จะเป็นช่วงฤดูหนาว

แต่เปลวแดดแรงยาม บ่ายก็มิได้ปราณี ต่อผิวกายเราเลย ช่างเถอะ นั่นไม่สำคัญเท่าจุดหมายที่รออยู่ตลอด หนทางคดเคี้ยวที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ล้วนถูกปกคลุมด้วยป่าเบญจพรรณ ที่อุดมสมบูรณ์ แลเห็น ต้นไม้ขนาดใหญ่แน่นทึบ เรียงรายอยู่สอง ข้างทาง ยางปาย (Dipterocarpus costatus) และยางแดง (D. tubinatus) มีลำต้นสูงชะลูดกว่า 30-40 เมตร จนต้อง แหงนมองคอตั้งบ่า ต้นทะโล้ (Schima wallichii) บางต้นมีผึ้ง ป่าขึ้นไปทำรังขนาดใหญ่ห้อย

ย้อยลงมาจากกิ่งสูง บางช่วงยังพบ ต้นงิ้วป่า (Bombax ceiba) และทองหลางป่า (Erythrina subumbrans) แข่งกันออกดอกสีส้ม แดงสดบาดตา อยู่ท่าม กลางยอดไม้เขียวชอุ่มของพืช ชนิดอื่น งามเด่นเห็นแต่ไกล......

และนี่เป็นเพียงความสวยงามบางส่วน ที่เรานำมาเสนอกับท่านสมาชิก หากสนใจท่านสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียด เพิ่มเติมได้จาก Nature Explorer นิตยสารสำหรับนักแรกทางธรรมชาติ ฉบับเดือนมิถุนายน 2545 หรือ www.natureexplorer.net


ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือ Nature Explorer Feature : wild place หน้า 42-51 ฉบับเดือนมิถุนายน 2545

Back