Outdoor Life
www.gmcworkshop.com
ประจำเดือนกันยายน 2545

วันฤดูฝน
จากตาดดาวถึงหมันแดง


หนทางชันและยาวไกล ช่วงสุดท้ายปรากฎขึ้น ต้องออกแรงอย่างจริงจัง
พอดู กว่าจะฝ่าเส้นทางขึ้นมาถึงมุมชมวิว ที่มองเห็นน้ำตกทิ้งตัวดิ่ง
จากผาสูงสู่แอ่งน้ำอย่างสวยงาม


ท่ามกลาง โลกสีเขียวขจี น้ำตกหมันแดง ชั้นที่ 1 ยังคงความงาม ด้วยสายน้ำ จากแผ่นผา กอมอสส์ เฟิร์นที่ดารดาษ อีกทั้งลีลาพลิ้ว ไหวของสายน้ำ ซึ่งซอกซอนระหว่าง โขดหิน


บัวหัวเดี่ยว กล้วยไม้ดิน ที่หาดูได้ยากอีก ชนิดหนึ่ง พบออกดอก ในช่วงฤดูฝน ในป่าดงดิบ ระหว่างเส้นทาง เดินสู่น้ำตก หมันแดง


กล้วยไม้ลิ้นมังกรสีชมพู 1 ในกล้วยไม้ สกุล Habenaria ซึ่งมักพบขึ้นอยู่ตามโขดหิน ที่ชุ่มชื้นในช่วงฤดูฝน
ฝนต้นฤดูปีนี้ไม่ค่อยหนักมาก เหมือนปีก่อนๆ แต่ก็พอทำให้ผืนป่า ปลายเดือนกรกฎาคม เขียวชอุ่ม สายน้ำที่เคยเหือดแห้ง ในยามแล้งก็กลับพลัน ไหลหลั่งถั่งโถม เพิ่มความชุ่ม ชื้นแก่ผืนป่า ซึ่งมวลดอกไม้ฤดูฝนผลิบานสะพรั่ง

นี่คือเวลาของ การเดินป่าชมพรรณไม้ และเพลินใจไป กับน้ำตกสวยงาม ที่สายน้ำถาโถม รอคนเดินทางมาเยือน

จากตาดดาวถึงหมันแดง นับเป็นอีกเส้นทาง ท่องเที่ยวน้ำตก ซึ่งไม่ยากเกินที่ใครสักคน จะท่องไปในธรรมชาติ งามของวันฤดูฝน

ศรีสัชนาลัย
ชื่อนี้ไกลเกินกว่าเมืองโบราณ ที่คุณคิด

หากเอ่ยชื่อ "ศรีสัชนาลัย" หลายคนจะต้อง คิดถึงเมืองโบราณ อุทยานประวัติศาสตร์ อันขึ้นชื่อของจังหวัดสุโขทัย ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก แต่ถ้าเอ่ยถึง ศรีสัชนาลัย อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 26 ของประเทศไทย ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี 2524 เชื่อว่าหลายคน อาจจะยังไม่คุ้น กับอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อ เช่นนี้เป็นแน่!!!

หลายครั้งที่ผมขับรถผ่านไป ทางอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง แล้วพบว่าทางด้านตะวัน ออกมีเทือกเขาทอดยาว ขวางกั้นอยู่ มีคนบอกว่า นั่นเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ศรีสัชนาลัย ฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่หากกางแผนที่อทุยานแห่งชาติดู เราก็จะพบว่านั่นเป็น ความจริง เพราะเมื่อข้ามเทือกเขาสูงทิวนั้น ไปอีกฝั่งหนึ่ง ก็จะเป็นเขตอำเภอ ศรีสัชนาลัย และอำเภอทุ่งเสลี่ยม ของจังหวัดสุโขทัย และเมื่อเจาะลึกเข้าไป ในรายละเอียด ก็จะพบว่า อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย นี้มีอาณาบริเวณกว้างขวางไม่น้อย ด้วยมีพื้นที่ถึง 213 ตารางกิโลเมตร หรือราว 133,250 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ ซึ่งไม้จำพวกนี้ มักจะเป็นไม้ที่มีค่า ทางเศรษฐกิจ เช่น สัก แดง มะค่าโมง เต็ง รัง ประดู่ และตะแบก เป็นต้น

นั่นเองผืนป่าแห่งนี้จึงมี ทั้งความงาม เป็นแหล่งกำเนิด ต้นน้ำ ลำธาร ซึ่งเป็นที่มาของ น้ำตกหลายแห่ง เป็นแหล่งดูนก ผีเสื้อ และแหล่งชมพรรณไม้ ที่น่าสนใจอีกหลายชนิด

ผมเคยแวะเข้าไปเยือนอุทยานฯ ศรีสัชนาลัย เมื่อนานมาแล้ว ครั้งนั้นหนทางยังเป็น ดินลูกรัง ลำบากลำบนต่อการเดินทางอย่างยิ่ง แต่ผมก็ยังจำน้ำตกสวยงาม ที่ซ่อน อยู่ในผืนป่าได้ดี...น้ำตกตาดดาว
เช้าวันที่แสงแดดอุ่น ผมพบว่าตัวเองกำลัง เดินทางย้อนอยู่บนเส้นทาง สู่อุทยานแห่งชาติ ศรีสัชนาลัยที่เคยมา เมื่อหลายปีแล้ว วันนี้เส้นทางลาดยางอย่างดี พาผมห่างจากตัวเมือง มาเรื่อยๆ มุ่งสู่ทิศตะวันตก ที่มีแนวเทือกเขาสูง ตระหง่านขวางกั้นไว้ หนทางราว 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเพียงไม่เกิน 1 ชั่วโมง ชนิดที่ขับรถชมนก ชมไม้ก็เลาะแนวลำน้ำแม่ท่า แพมาจนถึง ตัวอุทยานฯ ซึ่งวันนี้จัดภูมิทัศน์ ไว้อย่างสวยงาม ผิดหูผิดตากว่า เมื่อก่อนอย่าง หน้ามือเป็นหลังมือ

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับ สถานที่ที่เรามาเยือน ได้ดีที่สุด เนื่องจาก ภายในศูนย์ฯ มีข้อมูลเบื้องต้น ให้รู้จักอุทยานฯ ในด้านต่างๆ นักท่องเที่ยว ทุกคนจึงควร แวะก่อนที่จะเดินทาง เข้าไปเที่ยวชมจุดอื่นๆ

เส้นทางท่องเที่ยวหลัก ของอุทยานฯ มีอยู่ 2 จุด คือ เส้นทางเที่ยวถ้ำ ธาราวสันต์ ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร และเส้นทางน้ำตกตาดดาว ระยะทางเดินเท้า 4 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นที่นักท่องเที่ยว นิยมที่สุด และเป็นเป้าหมายของ ผมในการเยือนครั้งนี้ด้วย

นักท่องเที่ยวหลายคนรุดหน้า ไปก่อนแล้ว ตามเส้นทางเดินป่า ศึกษาธรรมชาติ ซึ่งทำไว้อย่างชัดเจน ไม่ต้องกลัวหลง หากจะเดินเที่ยวไปตามลำพัง ส่วนกลุ่มที่ยังไม่อยาก จะเดินให้เมื่อยขาก็พากัน มุ่งหน้าไปพักผ่อนที่ น้ำตกตาดเดือน ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดเล็ก เหมาะกับการลงเล่นน้ำ และอยู่ห่างจากที่ทำการฯ ทางด้านหน้าราว 300 เมตร โดยอยู่ ใกล้กับถนนที่เข้ามาสู่อุทยานฯ

วันนี้เป็นวันหยุดช่วงเทศกาล เข้าพรรษา ใครๆ ก็เลยมุ่งหน้ามาเที่ยวที่นี่ เพราะหาก จะว่าไปเมืองศรีสัชนาลัย ก็คงเหลือป่าสมบูรณ์ ผืนสุดท้ายที่ อุทยานฯ นี้นี่เอง ผู้คนมาก หน้าจึงเป็นนักท่องเที่ยว ท้องถิ่นหรือละแวก ใกล้เคียง ในขณะที่มีนักท่องเที่ยวจากแดน ไกลบ้างแต่ไม่มากนัก

อากาศยามสายแม้จะ มีแดดแต่ก็ไม่ร้อนจัด เนื่องจากเส้นทางที่เดินตั้งต้น จากศูนย์บริการ นักท่องเที่ยวนั้น ร่มรื่น มีไม้ใหญ่ปกคลุม ไม่นานหนทางก็พา ข้ามห้วยแม่ท่าแพมาอีกฝั่ง แล้วเริ่มเดินเลาะเลียบห้วยแม่ท่าแพ มาตลอด นกกางเขนน้ำร้องก้องแข่งกับเสียงสายธาร ที่ไหลเซาะซอกซอนโหดหิน ต้นตะไคร้น้ำขึ้นปกคลุม สองฟากฝั่ง ตามสองข้างทางมี ดอกเข้าพรรษาสีเหลืองสด ออกดอกให้เห็นอยู่ทั่วไป

ผมเดินไปเรื่อยๆ อย่างไม่เร่งรีบ ชมพรรณไม้จำพวกเฟิร์น ซึ่งมีให้เห็นอยู่หลายชนิด ทั้งเฟิร์นตีนตุ๊กแก และเฟิร์นก้านดำ แม้จะไ่ม่มากเท่ากับเขาสก หรือเขาหลวง แต่ก็ สามารถศึกษา เรื่องราวของพืช ตระกูลนี้ได้ตลอด สองข้างทาง

หนทางลำบากเริ่มขึ้น ในช่วงต่อมา เป็นเส้นทางชัน อยู่เนินหนึ่ง แม้จะไม่สูงชันมากมายนัก แต่ก็เล่นเอาหายใจแรงๆ ได้เหมือนกัน เนื่องจากที่ผ่านมาพบ แต่ทางราบตลอด เส้นทาง ช่วงนี้เริ่มลัดเลาะไปตามไหล่เขา ที่มีสภาพป่าไผ่ให้เห็นเป็นระยะ สลับกับป่าเบญจพรรณ ใครที่สนใจศึกษาพรรณไม้ จำพวกส้มกุ้งก็จะมีชนิด ใบสีคล้ำๆ ดอกสีชมพูอ่อนสวยงาม ให้ดูประปรายอีกด้วย

ดอกเข้าพรรษาก็มีออกดอก ให้เห็นข้างทาง

เห็ดป่าสีสวยสด ดัชนีชี้ให้เห็นถึงความ ชุ่มชื้นและอุดมสมบูรณ์ ของผืนป่า


ดอกไม้ป่าสีสวย ชนิดหนึ่งที่พบในร่มเงา ป่าเบญจพรรณ


น้ำตกหมันแดง ชั้นที่ 5 งดงามด้วยกล้วยไม้ ลิ้นมังกรสีชมพู ซึ่งบานสะพรั่ง ทุกต้นเดือน สิงหาคม
เอื้องเทียน ชนิดหนึ่งซึ่งออกดอกใน ฤดูฝนเช่นกัน พบตามคาคบไม้ในป่าดิบ


ลำธารน้ำช่วงหนึ่ง ระหว่างชั้นที่ 6 และ 7 ของน้ำตกหมันแดง


จากนั้นเมื่อเดินทางราบไหล่เขา มาอีกเมื่อไหร่ หนทางชันและยาวไกล ช่วงสุดท้ายก็ ปรากฎขึ้น คราวนี้ต้องออกแรงกัน อย่างจริงจังพอดู กว่าจะฝ่าเส้นทาง ที่ลัดเลาะสูงขึ้น มาเรื่อยๆ จนถึงไหล่เขาช่วงหนึ่ง ซึ่งเมื่อขึ้นมาถึงก็พบมุมชมวิว ที่สามารถมองเห็น น้ำตกตาดดาวทิ้งตัวดิ่ง ลงมาจากหน้าผาสูงสู่แอ่งน้ำ เบื้องล่างอย่างสวยงาม

มุมชมวิวน้ำตกตาดดาวนี้ หากจะว่าไปก็คล้ายกับมุมชมวิว เหนือน้ำตกเหวสุวัต ของอุทยานฯ เขาใหญ่ ซึ่งสามารถมองเห็นน้ำตก ได้ชัดเจนจากมุมบน และสามารถถ่ายภาพ ที่ดีจากมุมนี้ หากแต่มุมถ่ายภาพ น้ำตกตาดดาวนี้ มองเห็นน้ำตกทั้งสาย ได้ชัดเจนกว่า และอยู่ในระนาบ เดียวกันมากกว่า ทำให้มองเห็นได้ทั้งตัวน้ำตก และสภาพแวดล้อมโดยรอบ


และนี่เป็นเพียงความสวยงามบางส่วน ที่เรานำมาเสนอกับท่านสมาชิก หากสนใจท่านสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียด เพิ่มเติมได้จาก Nature Explorer นิตยสารสำหรับนักแรกทางธรรมชาติ ฉบับเดือนกันยายน 2545 หรือ www.natureexplorer.net
ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือ Nature Explorer Feature : Outdoorlife หน้า 16-24 ฉบับเดือนกันยายน 2545
Back