Outdoor
Life
www.gmcworkshop.com
ประจำเดือนตุลาคม 2545
|
|
ตามหามังกรทะเล ที่เกาะแกงการู หลายปีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยที่ผมหัดดำน้ำใหม่ๆ
เคยมีข่าวหนึ่งที่โด่งดังมาก ในยุคนั้นว่ามีนักดำน้ำกลุ่มหนึ่ง
พบเจ้ามังกรทะเล (Seadragon) ในบริเวณแถบหมู่เกาะพีพี ทะเลอันดามัน
ข่าวนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล หลายๆ คนรวมทั้งผมเองด้วย
งงเป็นไก่ตาแตกไปตาม ๆ กัน เพราะไม่เคยมีใครพบเห็น เจ้ามังกรทะเล
ไม่ว่าจะเป็นมังกรใบไม้ (Leafy Seadragon : Phycoduruseques)
หรือมังกรสาหร่าย (Weedy seadragon : Phyllopteryx taenionatus
) ในบริเวณอื่นใดของโลก นอกเหนือไปจาก บริเวณชายฝั่งทางด้านใต้ของทวีปออสเตรเลียเท่านั้น
|
| ในช่วงนั้นผมจำได้
ระหว่างที่ลงดำน้ำแถวพีพี ลงดำน้ำไปก็หวาดเสียวไป ก็ลองถ้ามีมังกรทะเลจริง
ๆ แล้วล่ะก็ คงไม่แปลก ถ้าวันใดวันหนึ่งแมวน้ำ และฉลามขาว ก็อาจจะตามเจ้ามังกรทะเลตัวนี้
มาถึงเกาะพีพีก็เป็นไปได้ แต่หลังจากนั้น ไม่นานก็มีข่าวตามมาแก้ว่า
ที่เขาว่ากันว่าเป็นมังกรทะเลนั้น แท้จริงแล้วเป็นทากทะเลชนิดหนึ่ง
(จะเป็นชนิดไหน ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน) ข่าวมังกรทะเลแห่งเกาะพีพี
ก็เลยเงียบหายไปกับสายลม ปล่อยให้ผมฝันค้างอยู่นานหลายปี เนื่องจากไม่มีเงินเหลือพอ
จะเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล ไปถึงออสเตรเลีย จนกระทั่งเมื่อ ไม่นานมานี้
เมื่อบุญมาวาสนาส่ง ให้ผมได้มีโอกาสเดินทาง ไปดำน้ำที่ประเทศออสเตรเลีย
|
|
|
|
เพื่อไปร่วมชมฉลามขาว
ทางตอนใต้ของออสเตรเลีย กับคุณเอียนกอร์ดอน พีธีกรชื่อดังของช่องสารคดีแอนนิมอล
แพลเน็ต จากการตอบปัญหาทางทีวี ผมก็เริ่มระดมหาข้อมูล ก่อนออกเดินทาง
ว่าที่ไหนในออสเตรเลียบ้างที่เป็นบ้าน ของเจ้ามังกรทะเลนี้ ค้นไปค้นมาก็พบว่า
แทบทุกแห่งในออสเตรเลียใต้ ลงไปจนกระทั่งรอบ ๆ เกาะแทสเมเนียนั้น
ต่างก็มีเจ้า Weedy Seadragon กระจัดกระจายอยู่ทั่งนั้น ส่วนเจ้า
Leafy Seadragon พระเอกของเรานั้น จะมีอยู่น้อยกว่า แค่ในบริเวณตอนใต้
ของทวีปเท่านั้น และสถานที่ที่เหมาะสมมากที่สุด ในการไปชมเจ้ามังกรทะเล
ก็คือบริเวณเกาะแกงมารู ที่อยู่ไกลจากเมืองแอดิเลด ที่มจะต้องไปต่อเครื่องบินพอดี
หลักจากที่โบกมือบ๊ายบาย กับคุณเอียนที่สนานบินเรียบร้อยแล้ว
ผมก็บุกเดี่ยวตีตั๋วเครื่องบินต่อไปยังเกาะแกงมารูทันที อันที่จริงในช่วงระหว่างที่ดำน้ำ
กับคุณเอียน ที่เกาะเนปจูนนี้ก็มี Seadragon ทั้ง 2 ชนิดชุกชุมมากพอสมควร
แต่ว่าที่ชุกชุมกว่านั้นก็คือ ฉลามขาว รับรองได้ว่าถ้าว่ายออกไปนอกกรง
จะเจอกับฉลามขาวก่อนมังกรทะเลแน่ ๆ ฉะนั้นไปที่เกาะแกงการู นั่นแหละดี
แล้ว มีฉลามขาวน้อยหน่อย (อ่านเรื่อง ฉลามขาวได้จาก Nature Explorer
ฉบับเดือน มีนาคม 2545) จากแอดิเลด ผมใช้เวลาเพียง 20 นาที เครื่องบินเล็กขนาด
10 ที่นั่ง ก็พาเรามาถึงสนานบิน เกาะแกงการู เกาะแกงการู เป็นเกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับ
3 ของออสเตรเลีย รองจากแทสเมเนีย และเมลวิลล์ เกาะแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นเกาะยอดฮิตมากที่สุด
สำหรับการเที่ยวชมธรรมชาติ ของทัวริสต์ต่าง ๆ หากแต่บนเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับที่
3 ของออสเตรเลียนี้ มีร้านให้เช่ารถอยู่เพียง 2 ร้าน และเมื่อผมไปถึงนั้น
รถเช่าบนเกาะถูกจองไปหมดแล้ว ในขณะที่กำลังคิดว่าคืนนี้ คงจะต้องนอนที่สนานบินเสียแล้ว
ก็เหลือบไปเห็น ชายหนุ่มผิวดำคนหนึ่งกำลังนั่งงง ๆ อยู่เหมือนกัน
|
| พี่แกกำลังรอรถเช่าคันสุดท้าย
บนเกาะที่กำลังเดินทางมายังสนานบิน เพียงไม่ถึงชั่วโมง สนานบินที่มีคนนับร้อย
ก็เงียบสนิท เหลือแต่เรา 2 คน คุยกันไปคุยมาอ้าว จะไปตามหามังกรทะเลเหมือนกัน
พี่แก่มีที่พักด้วย ตกลงผมก็เลยมั่วนิ่มตามเขาไป หลังจากที่แอบดูแหวนแต่งงาน
บนมือซ้ายแล้ว ก็ค่อนข้าวชั่วร์พี่แกคงจะไม่ได้เป็นพวกรักต้นไม้
(ในป่าเดียวกัน) แน่ ๆ เราได้ที่พักกันในบริเวณใกล้ ๆ กับอุทยานแห่งชาติฟลินเดอร์
เชส ที่อยู่ทางด้านตะวันตก ของตัวเกาะ ส่วนร้านดำน้ำแห่งเดี่ยวบนเกาะนั้น
ตั้งอยู่ในฟาร์มทางตอนกลาง ๆ ของตัวเกาะ ลุงจิมและป้าโรซี เป็นเจ้าของฟาร์มเล็ก
ๆ บนเกาะ และเปิดแกงการูไดวิง ซาฟารี ขึ้นเป็นกิจการเล็ก ๆ เพื่อพานักดำน้ำ
จากทั่วโลกไปดู Seadragon และแมวน้ำมานานหลายปีดีดัก จนถึงปัจจุบัน
นี้ก็มาไม่ปรากฏว่า มีคู่แข่งแต่อย่างใด (บนเกาะแกงการูมีประชากร
|
|
|
|
อาศัยอยู่ไม่กี่พันคนเท่านั้นเอง
ทุกคนบนเกาะรู้จักกันหมด พอผมบอกกับใครว่าจะมาดำน้ำ ทุกคนก็
รู้จักกันว่าต้องมาที่บ้านลุงจิม) วันรุ่งขึ้นเราออกเรือไปดำน้ำกัน
จากท่าจอดเรือเล็ก ๆ ที่อยู่หลังเขาห่างจากบ้านของลุงจิมไปเกือบ
15 กิโลเมตร อากาศในตอนเช้า ค่อยข้างยะเยือกเหลือเกิน พอขึ้นเรือผมก็คว้าเวตสูท
ขึ้นมาใส่ทันที จุดดำน้ำจุดแรกนั้น ลุงจิมพาเราไปดู ฝูงสิงโตทะเลพันธุ์ออสเตรเลีย
(Australian Sealion) ในบริเวณด้านเหนือของตัวเกาะ ห่างออกไปจากท่าเรือเกือบชั่วโมง
เราจอดเรืออยู่ไม่ห่างจากฝั่งนัก มองเห็นฝูงสิงโตทะเล นอนกลิ้งเกลือกกันอยู่ไม่ห่างบนโขดหินข้างชายเกาะ
|
พอเราทิ้งตัวลงไปในน้ำ
เจ้าสิงโตทะเลก็ก้มหน้าลงมาดู ก่อนที่จะทิ้งตัวลงมาในน้ำ และพุ่งเข้ามาใส่เรา
แล้วพลิกตัวว่ายหนีออกไป อย่างรวดเร็ว เราดำน้ำเล่นกับเจ้าสิงโตทะเล
อยู่เกือบชั่วโมงจนกระทั่งอากาศเกือบจะหมด จึงกลับมาขึ้นเรือ
ผมเพิ่งสังเกตว่าตัวเองใช้อากาศเยอะ มากกว่าปกติพอสมควรอาจจะเป็นเพราะอากาศ
ที่หนาวเย็นก็เป็นไปได้ พอกลับขึ้นมาบนเรือ ลุงจิมชงซุบร้อน
ๆ กับปิ้งขนมปังมาให้กิน ก่อนที่จะย้ายเรือเพื่อไปดูมังกรทะเล
ในวันนี้ลุงจิมเลือกที่จะพาเราไปดูเจ้า Weedy Seadragon ก่อน
เจ้าWeedy Seadragon นี้ดูไปดูมาหน้าตามันคล้ายจิงโจ้ บวกกับม้า
บวกกับอะไรก็ไม่รู้ แต่ดูไปก็คล้ายรูปเขียน ของชาวอะบอริจินเหมือนกัน
เจ้ามังกรทะเลทั้ง Weedy และ Leafy Seadragon นี้จัดว่าเป็นญาติโกโหติกากับม้าน้ำมีวงจรชีวิตหลาย
ๆ อย่างที่คล้ายกับม้าน้ำ และปลาจิ้มฟันจระเข้ แต่มีขนาดค่อนข้างใหญ่กว่ามาก
ร่างของมันที่ระโยงระยาง ยื่นออกมานั้นพรางไปอย่างกลมกลืน กับสาหร่ายที่ขึ้นปกคลุมเหนือพื้นทราย
จนแทบจะมองไม่เห็น เรามักพบเจ้ามังกรทะเลอาศัยอยู่รวมกันเป็นคู่เสมอ
ๆ เช่นเดียวกับปลาจิ้มฟันจระเข้และม้าน้ำ.....
|
ขอบคุณข้อมูลและภาพสวยๆ
จากนิตยสาร Natureexplorer นิตยสารสำหรับนักแรมทางธรรมชาติ ฉบับเดือนกันยายน
หน้า 36-39 สนใจสามารถหาอ่านกันได้ หรือเข้าไปอ่านได้ที่
www.natureexplorer.net
|