TECHNIC JEEP

เปรียบเทียบฟอร์มและสมรรถนะ
Cherokee 4.0L กับ 2.5L
รถออฟโรดของ Jeep ตระกูล Cherokee ที่ดีที่สุด

คงไม่ต้องพูดกันแล้วว่า Cherokee คันแรกของโลกตั้งแต่ปี 1984 หรือเมื่อประมาณ 17 ปีมาแล้ว
สามารถครองใจคนทั้งโลกที่รัก Jeep ได้มากขนาดไหน ในเมืองไทยตั้งแต่มี Cherokee คันแรก
เมื่อ 1994 หรือเมือ 7 ปีที่ผ่านมาไม่เคย มีรถออฟโรดคันไหนทำได้แบบ Cherokee ด้วยยอดขาย
มากมายถึงปีละ 2000-3000 คันในปี 1995-1997

ตัวแทนความเป็น Cherokee จริงๆ คงต้องยกให้ Cherokee 4.0L limited และ 2.5L sport
วันนี้เราจะมาคุยกันในเรื่องของพระเอกของเราทั้ง 2 คนครับ
รายละเอียดด้านเทคนิค
(คัดมาเฉพาะที่สนใจจะเอามาคุยเท่านั้น)

รายละเอียด

4.0L

2.5L

1 เครื่องยนต์ Engine

   Hp,SAE net@rpm

190 Hp@4,600, power techI-6 Inline

4,000 cc

125 Hp@5,400, power techI-4 Inline

2,500 cc

2 Torque(net lb-ft@rpm)

225@3,000

150@5,400

3 compression ratio

8.8:1

9.2:1

4 ระบบขับเคลื่อน 4x4

  4WD system

Selec-Trac,shift on the fly

NV 242

Full-time, 2WD ,4H

Low range (2.72:1)

Comand-Trac,shift on the fly

NV 231

2WD,4H,low range (2.72:1)

5 ระบบช่วงล่าง Suspension

Front quadra-link-live solid axle with 4 locating arms,coil spring

Model DANA30

Front quadra-link-live solid axle with 4 locating arms,coil spring

Model DANA30

 

Rear-live solid axle with multileaf spring,stabilizer bar

Model DANA35

Rear-live solid axle with multileaf spring,stabilizer bar

Model 8.25 Chrysler

 

6 อัตราทดเฟืองท้าย Axle     ratio

3.55, with Trac-lok

4.11,with Trac-lok

7 เกียร์ส่งกำลัง

   Transmission

อัตโนมัติ 4 เกียร์

AW 4 AISIN

1st     2.804:1

2nd     1.531:1

3rd      1.000:1

4th       0.753:1

Rev     2.393:1

Manaul transmission  5 speed,synchromesh

AX15

1st     3.83:1

2nd    2.33:1

3rd     1.44:1

4th      1.00:1

5th      0.79:1

Rev.    4.22:1

 

8 ระบบเบรค

ABS

ไม่มี ABS

9 Air bag

Dual air bag

Dual air bag

10 Body

Uniframe construction-body sheet metal and frame structure members weld and bonded into a single unit.

Uniframe construction-body sheet metal and frame structure members weld and bonded into a single unit.

11 Ground clearance

   approach/departure angle

38.4’/31.2

38.4’/31.2

Breakeover angle

24.5’

24.5’

12 weight (lb)

3,386

3,274

               (kg)

1,539

1,488

13 ราคาใหม่ (บาท) ณ กย.44

1,650,000

1,350,000

(ปัจจุปันไม่มีผลิตแล้ว)

14 ราคามือสอง ณ กย.44

450,000-600,000

400,000-550,000

15 ความเร็วสูงสุด(กม/ชม)

180

140

16 อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน

ในเมือง 5-6 กม/ลิตร

นอกเมืองที่ 120 กม/ชม 7-8 กม/ชม

ในเมือง 5-6 กม/ลิตร

นอกเมืองที่ 120 กม/ชม 7-8 กม/ชม




จากข้อมูลทางด้านเทคนิคที่แสดงให้เห็น ก็คงพอจะให้แนวคิดได้กว้างๆว่าใครจะให้น้ำหนักในประเด็น
ใดมากกว่ากันก็จะทำให้ท่านสามารถพิจารณาแต่ละข้อด้วยตัวเองได้เยอะแล้ว เป็นที่น่าสังเกตุว่า ทั้งรถ
2.5/4.0L ต่างใช้ Body เดียวกัน กระปุกพวงมาลัยชุดเดียวกัน น้ำหนักรถใกล้เคียงกัน ต่างกันที่เครื่อง
ยนต์และระบบส่งกำลังเป็นหลัก รถ 4.0L จะได้เปรียบในแง่ของกำลังมากกว่าเยอะ (ร่วม 40-50%) แต่
ให้สังเกตุรถ Off road ที่ดีควรมีกำลังของเครื่องยนต์สูงสุดที่รอบต่ำ ซึ่งจะประหยัดและสึกหรอน้อยกว่า
ในที่นี้เครื่องยนต์ 4.0L ให้กำลังถึง 190 Hp ที่ 4,600 rpm ในขณะที่รถ 2.5L ต้องใช้รอบถึง 5,400
จึงจะได้กำลัง 125Hp ส่วนแรงบิด torque นั้น ได้แรงบิดสูงสุดที่ รอบต่ำเพียงแค่ ประมาณ 3000-3250
rpm เท่านั้นทำให้ Cherokee เป็นรถที่คล่องตัว คล่องแคล้วในความเร็วต่ำและประหยัดน้ำมันเหมือน
กันทั้งคู่ เมื่อรถ 2.5L มาเสียเปรียบเรื่องเครื่องยนต์เล็กกว่า วิศวกรที่ออกแบบจึงได้ชดเชยกำลังที่เสีย ไป
ด้วยการเพิ่มอัตราทดให้ได้เปรียบเชิงกลมากขึ้นด้วยการใช้อัตราทด ในเกียร์หนึ่งสูงถึง 3.83:1 และ
อัตราทดเฟืองท้ายที่โตกว่าถึง 4.11:1 เมื่อรวมเบ็ดเสร็จได้ตั้ง 15.74 :1 ในขณะที่ 4.0L ทำได้เพียง
9.94:1 เท่านั้นเอง มากกว่ารวม 35 % จะเห็นได้ว่าแรงบิดและกำลังที่เสียเปรียบแต่แรกนั้น เมื่อมาเจอกับ
การทดเกียร์ของ 2.5L แล้วจึงได้ทราบว่าไม่ได้เปรียบเสียเปรียบกันเลยครับ อีกประการที่จะอดกว่าถึงไม่
ได้ก็คือ ความแตกต่างของเกียร์ 4x4 หรือ Transfer case ของ4.0L จะเลือกใช้ ของ New process
model NV 242 ซึ่งทำให้รถ 4.0L สามารถขับเคลื่อนแบบ 4x4 Full time ได้ ซึ่งดีกว่า 4H ของ รถ
2.5Lที่ใช้ NV 231 แน่นอน ความได้เปรียบต้องนี้ชี้ให้เห็นว่าความตั้งใจในการออกแบบให้รถ 2.5L เป็น
รถใช้งาน Off road ตัวจริง ยิ่งกว่า 4.0L ครับ ถึงแม้นว่าอัตราทดในเกียร์Low จะเท่ากันที่ 2.73: 1 ก็ตาม


มาถึงต้องนี้คงพอจะทราบแล้วว่ามวยคู่นี้ไม่ได้เปรียบเสียเปรียบหรอกครับ ผมให้คะแนนคนขับ ถึง 40%
รถก็แค่ 40%เท่านั้น ที่สำคัญใครรักชอบแบบไหนละครับเกียร์ธรรมดาหรือเกียร์ออโตสนุกกันคนละแบบ
ครับตอบฟันธงไม่ได้ แต่ผมก็เห็นด้วยนะว่าขับ Off road เกียร์ธรรมดาขับได้อารมณ์และมันส์กว่าครับ


Technic Jeep ฉบับย้อนหลัง

เรื่อง
ฉบับที่
ประจำวันที่
การตรวจเช็ค Senser ที่สำคัญ
1
20 ก.ย. 44
เปรียบเทียบฟอร์มและสมรรถณะ Cherokee 4.0L กับ 2.5L
2
05 ต.ค. 44
30" ยกสูงดีไหมเนี่ย??? แล้วจะยกแค่ไหนดี
2
05 ต.ค. 44
ข้อแนะนำสำหรับรถที่ยกสูง 3"
2
05 ต.ค. 44
ทำไม???ถึงบอกว่า 31" เหมาะสมที่สุดสำหรับ Cherokee
2
05 ต.ค. 44
อะไรคือ Locking differential ???
3
20 ต.ค. 44
ความสำคัญของการบำรุงรักษา
3
20 ต.ค. 44
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อของ Jeep
3
20 ต.ค. 44
ความสัมพันธ์เรื่อง ขนาดของยาง-อัตราเร่ง-แรงบิด-อัตราทดเฟืองท้าย
5
20 พ.ย. 44
ข้อควรระมัดระวังสำหรับรถ Jeep ที่มีอายุใช้งานมากกว่า 100,000 KM.
5
20 พ.ย. 44
เรื่องต้องรู้ที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับแบตเตอรี่.
6
05 ธ.ค. 44
บทความ...Jeep Liberty 8 05 ม.ค. 45
ข้อควรปฏิบัติในการนำรถข้ามน้ำ 9 20 ม.ค. 45
เฟืองท้ายมีเสียงหอน 10 05 ก.พ. 45
สาเหตุความเสียหายของเกียร์อัตโนมัติที่พบมากที่สุด 13 25 มี.ค. 45
Diagnostic Trouble Code Descriptions (1994-1997) 14 10 เม.ย. 45
Description And Operation (1998-2000) 14 10 เม.ย. 45
การบำรุงรักษาเกียร์ Manual 5 Speed Jeep Cherokee 2.5L 16 10 พ.ค. 45
เพลาข้างพัง??? 16 10 พ.ค. 45
แรงดันลมยางกับประสิทธิภาพการขับขี่ 17 10 มิ.ย. 45