|
เพลาข้างพัง???
ปกติก็ไม่น่าจะเสียหายมากขนาดที่เห็นในภาพนะครับ
แต่ก็นั่นแหละครับบางครั้งเราก็ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น
ใช่ไหมครับ
เพลาข้างหลังของ Jeep ทุกรุ่นที่มีจำหน่ายในบ้านเรามีรายละเอียดดังนี้ครับ
|
รุ่นของรถ
|
รายละเอียด
|
อัตราทด
|
น้ำหนักรถโดยประมาณ(kg)
|
|
XJ
2.5L
|
CHRYSLER
8.25
|
4.11
|
1,400
|
|
XJ
4.0L
|
DANA
35
|
3.55
|
1,500
|
|
ZJ
4.0L
|
DANA
35
|
3.73
|
1,800
|
|
TJ
4.0L
|
DANA
44
|
3.07
|
1,700
|
จากตารางข้างต้นจะพิจารณาเห็นว่า น้ำหนักที่กระทำกับเพลาข้างหลังของรถแต่ละรุ่นไม่เท่ากัน
รถ ZJ ดูจะเสียเปรียบสักหน่อยเพราะต้องแบกภาระมากในขณะที่ให้ขนาดเพลาเท่ากันกับ
XJ จึงไม่น่าแปลกใจที่เพลาหลังของ Grand Cherokee มักจะมีอายุการใช้งานที่สั้นกว่า
Cherokee และในขณะเดียวกันแทบจะไม่พบความเสียหายลักษณะนี้กับรถ
Cherokee 2.5L ซึ่งในเพลาของ CHRYSLER 8.25 ที่ใหญ่กว่ามากและมีอัตราทดที่มากกว่าถึง
4.11
ทำไมเสียหายแบบนี้???
|
|
-
ไม่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันให้ตรงเวลา
-
ใช้น้ำมันไม่ตรงตาม SPEC. ใช้น้ำมันผิดเบอร์
-Seal
รั่ว มีสิ่งแปลกปลอม เช่น น้ำ ฝุ่น เศษโลหะปะปนเข้า ไปภายในห้องเกียร์
-
เมื่อ Bearing เริ่มเสื่อมหมดอายุ ไม่ได้เปลี่ยนออกและฝืนใช้
ต่อไปจนกระทั่ง Bearing เริ่มแตกและผิวหลุดร่อนเป็นสะเก็ดเล็กๆ
ส่งผลให้เริ่มมีเศษโลหะปะปน
ยิ่งสร้างความเสียหายรุนแรงขึ้นไปอีก
ในระยะเวลาอันรวดเร็ว
อายุ Bearing
เฉลี่ยหากดูแลน้ำมันหล่อลื่น
ดีจะอยู่ที่ประมาณ 120,000-160,000 กม.โดยเฉลี่ย Bearing
ของ XJ จะทนกว่า ZJ ประมาณ 20%
|
-
เป็นความเสียหายตามปกติของการใช้งานเกิดจาก ความล้าของโลหะ
( Fatigue Failure) ที่ตัวเพลา เองจากการใช้งานเป็นระยะ
เวลานานๆจากประสบการณ์ เพลาข้างของ XJ 4.0L จะมีอายุประมาณ
170,000-220,000 กม ส่วน ZJ 4.0L จะน้อยกว่าโดยจะ
Fail ที่ประมาณ 130,000-180,000 กม
|
 |
การป้องกัน
-หมั่นดูแลเอาใจใส่กับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันให้ตรงเวลา
-หลังการออก
Trip ควรตรวจสอบ หรือเปลี่ยนน้ำมันทุกครั้ง
-
เมื่อรถมีอาการเสียดังบริเวณเพลาหลังควรรีบตรวจสอบ
หาสาเหตุให้แน่ชัดอย่า ปล่อยให้ดังมากแล้วจึงมาเเก้ไขเพราะส่วนมากจะสายไปแล้ว
|
|