|
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
|
|
ในระบบของรถขับเคลื่อน 4 ล้อ
ในปัจจุบันนั้น ถูกแบ่งระบบการทำงานออกเป็น 2 ระบบ เพื่อจุดประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกัน
ในระบบขับเคลื่อนทั่วๆ ไป ของรถยนต์นั่ง รถกระบะ
โดยทั่วไปจะมีระบบขับเคลื่อนเป็นระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตว่าจะเป็นระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า หรือ 2 ล้อหลัง การขับเคลื่อน แบบ 2
ล้อหน้า คือ การทำงานของเครื่องยนต์ที่ส่งกำลังไปยังล้อหน้าทั้งซ้ายและขวา
เท่านั้น ส่วนการขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อหลัง
ก็เช่นเดียวกัน หากแต่กำลังของเครื่อง ยนต์จะถูกส่งไปที่ล้อหลังทั้ง 2
ข้างเช่นกัน
|
|
ส่วนระบบในรถขับเคลื่อน 4 ล้อนั้น จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ระบบ คือ
|
|
1. ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
แบบ PART TIME
|
|
2. ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
แบบ FULL TIME
|
|
1.1 ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ PART TIME
|
|
ในระบบนี้ถือกันว่า เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับรถที่ใช้วิ่งในทางทุรกันดาร โดยระบบนี้ยังถูกแบ่งออกเป็น
2 รูปแบบ คือ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ PART TIME Hi (สัญลักษณ์ 4H) และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ PART TIME
Lo (สัญลักษณ์ 4L) ทั้ง 2 รูปแบบมีการทำงานที่เหมือนกัน คือ
เมื่อผุ้ใช้เปลี่ยนระบบขับเคลื่อนมาอยู่ในตำแหน่ง 4H หรือ 4L เฟืองตัวกลางของห้องเกียร์ขับเคลื่อนเข้าล็อคติดกับห้องเกียร์ปกติ
ซึ่งจะทำให้กำลังของเครื่องยนต์ถูกแบ่งครึ่งให้ส่งกำลังไปอยู่ที่ล้อคู่หน้า
50% และล้อคู่หลัง 50%
|
- ข้อดี ของระบบ
PART TIME คือ
การนำรถที่มีระบบขับเคลื่อนระบบนี้ไปใช้ในทางสมบุกสมบัน ซึ่งโอกาสที่ล้อใดล้อหนึ่ง
เกิดอุปสรรคที่ล้อที่เหลือก็ยังสามารถหมุน และนำรถให้เคลื่อนที่ต่อไปได้
|
- ข้อความระวัง
เนื่องจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ PART
TIME นั้น
กำลังของเครื่องยนต์จะถูกแบ่งครึ่งเป็นล้อคู่หน้า 50% และล้อคู่หลัง 50% ดังนั้น การบังคับเลี้ยว
หรือการคล่องตัวในการหักเลี้ยวจะด้อยกว่าระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ เพราะกำลังของเครื่องยนต์จะกำหนดจำนวนรอบการหมุนของล้อคู่หน้าและล้อคู่หลังให้หมุน
ในจำนวนรอบที่เท่ากัน ดังนั้นจะเกิดอาการขืนของรถในขณะหักเลี้ยว วงเลร้ยวของรถ
เมื่อใช้ระบบ PART TIME จะมีรัศมีวงเลี้ยวที่มากกว่าระบบ
2 ล้อทั่วๆ ไป
|
|
ส่วนข้อแตกต่างระหว่าง PART TIME กับ Hi PART TIME Lo ก็คือ ในระบบ PART
TIME Lo นั้นจะมีเฟืองเกียร์อีกชุดหนึ่งเพิ่งเข้ามา
เพื่อทำให้อัตราทดของแรงบิดเพิ่มขึ้น ทำให้ง่ายต่อการปีนป่ายในทาลาดชันมากๆ
หรือในทางสมบุกสมบันมากๆ แต่ความเร็วของรถอาจจะลดลงเหลือประมาณ 1 ใน 3 ของความเร็วปกติ
|
|
1.2 ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ FULL TIME
|
|
เป็นระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานบนท้องถนนปกติ มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนโดยเฉพาะ
เมื่อใช้ความเร็วสูง บนทางโค้ง หรือทางที่ เปียกลื่น
การทำงานของระบบนี้จะแตกต่างจากระบบ PART TIME โดยสิ้นเชิงในระบบ
FULL TIME นี้
กำลังของเครื่องยนต์จะถูกส่งไปที่ล้อคู่หน้าและล้อคู่หลัง ไม่คงที่
เหมือนระบบ PART TIME หากแต่อัตราส่วนของกำลังที่ถูกส่งไปที่ล้อคู่หน้าและล้อคู่หลังจะขึ้นอยู่กับอัตราส่วนของแรงเสียดทานระหว่างล้อคู่หน้ากับล้อคู่หลัง
เมื่อล้อคู่ใดมี แรงเสียดทานมากกว่า
กำลังของเครื่องยนต์จะถูกถ่ายไปหาล้อคู่ที่มีแรงเสียดทานน้อยกว่า ตัวอย่างเช่น
ในกรณที่รถวิ่งในทางปกติ กำลังของเครื่องยนต์จะถูกส่งไปยัง ล้อคู่หน้า 50%
และล้อคู่หลัง 50% เนื่องจากในการวิ่งทางตรงนั้น
ล้อคู่หน้ากับล้อคู่หลัง มีอัตราแรงเสียดทานที่เท่ากัน
ต่อจากนั้นเมื่อคุณหักเลี้ยวล้อคู่หน้าจะมีแรงเสียด ทานมากกว่าล้อคู่หลังทันที
อัตราการส่งกำลังของเครื่องยนต์ก็จะส่งไปที่ล้อคู่หน้าน้อยลงและไปเพิ่มที่ล้อหลัง
เมื่อคุณหักเลี้ยว ล้อคู่หน้าอาจจะมีกำลังเหลือ 40% หรือ
30% หรือน้อยกว่าล้อหลังก็จะมีกำลังเพิ่มเป็น 60% หรือ 70% หรือมากกว่า
|
- ข้อดี เนื่องจากอัตราการส่งกำลัง
ไม่ได้ถุกแบ่งครึ่งตายตัวเหมือนระบบ PART TIME ดังนั้น
ปัญหาเรื่องของวงเลี้ยวกว้างกว่าปกติ จึงไม่เกิดขึ้น จึงสามารถใช้งาน
บนท้องถนนปกติได้ มีความคล่องตัวเหมือนรถขับเคลื่อน 2 ล้อโดยทั่วไป อีกทั้งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเกาะถนนมากขึ้น
โดยเฉพาะเมื่อวิ่งบนทางโค้ง หรือคดเคี้ยวและลื่น
การเกาะถนนจะมั่นคงและแน่นอนกว่าระบบขับเคลื่อน 2 ล้อทั่วไป
|
- ข้อควรระวัง
การนำรถที่มีระบบขับเคลื่อนแบบ FULL TIME ไปใช้ในทางทุรกันดาร
ทางที่สมบุกสมบัน และเมื่อล้อใดล้อหนึ่งเกิดอุปสรรค คือ
มีอาการหมุนฟรี เกิดขึ้น
โดยเฉพาะล้อหน้าแล้วกำลังของเครื่องยนต์ก็จะถูกส่งไปที่ล้อที่หมุนฟรีนั้นทั้งหมด
เนื่องจากล้อที่หมุนฟรีนั้น ไม่มีแรงเสียดทานเลย เมื่อเทียบกับอีก
3 ล้อที่เหลือ ซึ่งอยู่บนพื้นถนนปกติ
ทำให้ล้อที่เหลือไม่มีกำลังที่จะดันรถให้พ้นอุปสรรคได้ แตกต่างจากระบบ
PART TIME จากตัวอย่างเดียวกัน รถในระบบ
PART TIME เมื่อล้อหน้ามีอุปสรรค
กำลังก็จะสูญเสียแค่ล้อหน้า คือ 50% แต่รถยังมีกำลังเหลืออีก
50% ที่ล้อหลังสามารถดันรถผ่านอุปสรรคได้
|