TECHNIC JEEP


ข้อควรระมัดระวังสำหรับรถ Jeep ที่มีอายุใช้งานมากกว่า 100,000 KM.

เป็นเวลากว่า 2 ปี ที่ผมได้ร่วมกับทีมงานของ GMC ทำการสำรวจ และ เฝ้าสังเกต ปัญหารถ Jeep ต่างๆ ที่เข้ามาซ่อม บวกกับประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับรถตัวเองที่ให้งานมากเกินกว่า แสนกิโล ทั้งสิ้น และได้ทำการรวบรวมขึ้นมา เพื่อแนะนำเพื่อนที่ใช้รถ Jeep ด้วยกัน ให้ระวัง และ ป้องกันอย่างไร อุปกรณ์ต่างๆ ในรถยนต์ ต่างมีอายุการใช้งานทั้งนั้น อะไหล่บางชิ้น เหมือนมีระบบตั้งเวลาไว้เลย 100,000 กม. พอดี ก็หมดอายุ แต่บางครั้งอาจจะสามารถใช้ได้นานขึ้นเล็กน้อย แต่จำไว้เถิดหาก ท่านไม่อยากมีปัญหารถเสียกลางถนน สี่แยกไฟแดงยามรถติดๆ หากทางศูนย์แนะนำให้เปลี่ยนตามระยะ ก็ควรจะเปลี่ยน เพราะระยะเปลี่ยนนั้น เป็นบันทึกจากประสบการณ์ และสภาพการใช้งานปกติ ดีกว่ามีปัญหากลางถนน ใช่ไหมครับ ช้าเร็วก็ต้องเปลี่ยนมันอยู่ดี เหมือนน้ำมันเครื่องเลย รับรองได้เลยว่าไม่นาน รถคุณจะเสีย หรือมีอายุการใช้งานสั้นลงแน่นอน

เราได้ทำการแบ่งระบบต่างๆ ของรถยนต์เป็น 6 ส่วนใหญ่คือ
1. ระบบเชื้อเพลิง หรือระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ให้กับเครื่องยนต์
2. ระบบน้ำหล่อเย็น พูดง่ายๆ ก็คือหม้อน้ำ ซึ่งทำหน้าที่ระบายความร้อนของเครื่องยนต์ ส่วนนี้มีอายุการใช้งานแม่นเหลือเกิน
3. ระบบเกียร์อัตโนมัติ ผมรบกับมันมามากต่อมาก เกียร์ออโต้ ยามมันดี ก็ดีเหลือเกิน แต่ยามงอแง ก็มีปัญหาเหลือเกินตามแก้ไข เสียเวลาก็มาก ห้องทำงานต้องสะอาดไม่มีฝุ่น
4. ระบบเครื่องยนต์ เครื่องยนต์ของ Jeep เป็นเครื่องที่ออกแบบให้มีช่วงชักยาว แรงบิดสูง ทนเหลือเกิน หากมีการบำรุงรักษาที่เหมาะสม
5. ระบบบังคับเลี้ยว ก็มีอายุเหมือนกัน...!!!
6. ระบบทั่วไป เรื่องทั่วไป ที่เกินแสนกิโลแล้วเจอดี



ระบบ
เชื้อเพลิง
อาการข้อสังเกตความผิดปกติ
เครื่องยนต์มีอาการสะดุดเร่ง ไม่ขึ้น, บางครั้งจะเป็นมาก จุดระเบิดไม่สมบูรณ์ มีเสียงดังระเบิดภายในท่อ ไอเสีย
สาเหตุ
- แรงดันเชื้อเพลิง (Fuel Pressure) ต่ำกว่ามาตรฐาน (49 psi + 2 psi) ซึ่งเกิดจากความสกปรกภายในถังน้ำมันเชื้อเพลิง มีผงฝุ่นเศษโลหะ สนิมทำให้ ปั๊มเชื้อเพลิงภายในมีใบพัด และตัวเสื้อปั๊มเกิดการเสียดสี, สึกก่อนเวลาสมควร ทำให้เกิดช่องว่างภายใน (Clearance) มากเกินกว่ามาตรฐาน และทำให้สร้าง แรงดันไม่ได้ตามสเปค ส่วนมากจะอยู่ที่ประมาณ 30-35 psi เท่านั้น
- กรองน้ำมันเชื้อเพลิงสกปรกหรืออุดตัน
การบำรุงรักษาและป้องกัน
ควรถอดปั๊มเชื้อเพลิงออกเพื่อทำความสะอาด ถังน้ำมันและกรองเชื้อเพลิงภายในตัวปั๊มเพื่อ ทำความสะอาด และควรตรวจสอบแรงดัน น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นระยะ เพื่อจะได้ทราบถึง สภาพของปั๊มเชื้อเพลิงตัวนั้น
ค่าใช้จ่าย
- ถอดทำความสะอาดอยู่ระหว่าง 1,200 บาท
- ค่าตรวจสอบแรงดันเชื้อเพลิง 300 บาท
- รวมประมาณ 1,500 บาท
การซ่อมหากชำรุดก่อนการบำรุงรักษา
- หากปั๊มเชื้อเพลิงเสีย หรือไม่สามารถ สร้างแรงดันได้ จะต้องซื้อปั๊มตัวใหม่ ราคาประมาณ 21,000 บาท
- ค่าแรงถอดประกอบ 900 บาท
- รวมประมาณ 22,000 บาท

ระบบ
น้ำหล่อเย็น
อาการข้อสังเกตความผิดปกติ
เครื่องยนต์ร้อนผิดปกติ (Overheat) บางครั้งติดไฟ แดงไม่นาน หรือ ขับขึ้นภูเขา สูงไม่นานค่าความร้อนขึ้นสูง เกินครึ่งของหน้าปัด เป็นระยะ เวลานานกว่าจะลงมาจนเป็น ปกติ หรือ เกจ์วัดความร้อนชี้ ขึ้นสูงเกินครึ่งบ่อยผิดปกติ
สาเหตุ
- ความไม่สะอาด สกปรก ของน้ำหล่อเย็น หรือสาร หล่อเย็น (Coolant) หมดสภาพ เสื่อมสภาพ หมดอายุการใช้งาน แล้วไม่ได้เปลี่ยนถ่ายตามอายุ ทำให้เกิดตะกอน คราบสกปรก สนิมติดฝังแน่น ภายในหม้อน้ำ ซึ่งยากต่อการทำความสะอาด ทำ ให้พื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความร้อน หล่อเย็น หรือ น้อยลงมากไม่เพียงพอกับความร้อนที่เกิดขึ้น ภาย ในเครื่องยนต์ทำให้เครื่องยนต์ Overheat
- เกิดจากการไม่ได้ใส่ใจกับจุด รั่วซึม เล็กๆ น้อยๆ ของชุดระบบหล่อเย็น เช่น บริเวณท่อยางก่อน หลังหม้อน้ำบริเวณวาวล์ (Thernostat) หรือ ปั๊มน้ำ หรือผลัดวันประกันพรุ่ง ไม่มีเวลาซ่อม แก้ไข ทำให้ปัญหาเล็กๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ เนื่อง จากน้ำรั่วออกจากหม้อน้ำจนหมด และเครื่องยนต์ Overheat ในที่สุด
การบำรุงรักษาและป้องกัน
- เปลี่ยนถ่ายน้ำหล่อเย็น ตามอายุ (ประมาณ 20,000 ถึง 30,000 กม.) หรือกำหนดปี ละครั้ง
ค่าใช้จ่าย
- น้ำยาหล่อเย็น (Coolant) 200x3 = 600 บาท
- แก้ไขจุดรั่วซึมเล็กๆ น้อยๆ ค่าใช้จ่าย หากพบแต่แรกไม่เกิน 500 บาทต่อจุด
การซ่อมหากชำรุดก่อนการบำรุงรักษา
- เปลี่ยนหม้อน้ำใหม่ ราคาประมาณ 6,000 บาท ค่าแรงในการเปลี่ยนและ ติดตั้งตัวใหม่ 600 บาท
- เปลี่ยนปั๊มน้ำใหม่ ราคาประมาณ 5,000 บาท ค่าแรงในการเปลี่ยนและ ติดตั้งตัวใหม่ 600 บาท

ระบบ
เกียร์อัตโนมัติ
อาการข้อสังเกตความผิดปกติ
เกียร์ลื่น รอบเครื่องยนต์สูงแต่ รถไม่วิ่ง เกียร์ชิพช้า ต้องลาก รอบเครื่องยนต์ไปมากกว่าที่ ควรจะเป็นจึงจะชิพ เปลี่ยน เกียร์, ขณะเกียร์ชิพจะมีอาการ สะดุด กระตุก ไม่นิ่มเหมือน ปกติ หรือถ้าเป็นมาก เมื่อเข้า เกียร์แล้วรถจะไม่กระตุก ไม่ วิ่งเลยหรือสะดุด กระตุกมาก เข้าเกียร์ตอนเช้ารถจะไม่วิ่ง เป็นต้น
สาเหตุ
- ความไม่สะอาดของน้ำมันเกียร์ เป็นสาเหตุหลัก ของความเสียหายลักษณะนี้ เนื่องจากการเปลี่ยน ถ่ายน้ำมันเกียร์ ในแต่ละครั้งของการเปลี่ยนนี้ (ปกติ จะเปลี่ยนถ่ายทุกระยะ 20,000 กม.) จะไม่ สามารถเปลี่ยนถ่ายน้ำมันได้ทั้งหมด จะมีน้ำมัน ประมาณ 30% ถึง 40% ตกค้างภายในชุดทอร์ค คอนเวอร์เตอร์ (Torque Converter) ชุดวาวล์ (Valve body) และชุดเกียร์ (Drive train)
- การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์เป็นเพียงการทำ ให้เจือจางความสกปรกลงเท่านั้น มีน้ำ ความชื้น ปะปน ภายในห้องเกียร์ หรือ การใช้น้ำมันผิด สเปค (ปกติ จะใช้ Dextron III หรือ ATF+3 เท่านั้น)
การบำรุงรักษาและป้องกัน
- ควรเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตรงเวลา คือ ทุกๆ ระยะ 20,000 กม. หรือ 6 เดือน / ครั้ง และ เปลี่ยนกรองน้ำมันเกียร์ทุกระยะ 40,000 กม. หรือปีละครั้ง
ค่าใช้จ่าย
- การเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ 3x250=750
- กรองน้ำมันเกียร์ชุดละ 3,500 บาท

หมายเหตุ ปกติอายุการใช้งานของเกียร์ อัตโนมัติจะเท่ากับอายุรถเลยทีเดียว หากรู้จักการใช้งาน และบำรุงรักษา อย่างถูกต้อง แนะนำ การล้างเปลี่ยนถ่าย น้ำมันเกียร์แบบสะอาด (Flushing) ทุกระยะ 80,000 กม. หรือ 2 ปี / ครั้ง จะช่วยยืดอายุเกียร์อัตโนมัติให้ได้อีก นานทีเดียว
การซ่อมหากชำรุดก่อนการบำรุงรักษา
ค่าใช้จ่ายในการซ่อมเกียร์อัตโนมัติจะ แพงที่สุด ในเรื่องของการซ่อมทุกระบบ เริ่มต้นตั้งแต่ 15,000 กม. ไปจนถึง 70,000 กม. ถึง 80,000 กม. แล้วแต่ ความเสียหายจะเกิดขึ้นในรอบใดบ้าง และจะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน

หมายเหตุ
- เกียร์อัตโนมัติใหม่รุ่น 42RE สำหรับ Grand. ราคา 110,000 บาท (ของ Used ราคา 50,000 บาท)
- เกียร์อัตโนมัติใหม่รุ่น AW4 สำหรับ 4.0L ราคา 150,000 บาท (ของ Used ราคา 70,000 บาท)

ระบบ
เครื่องยนต์
อาการข้อสังเกตความผิดปกติ
- มีเสียงดังของวาวล์, แก็กๆ ดังมากขณะเครื่องยนต์เย็น หรือร้อนจัดๆ เกจ์วัดแรงดัน น้ำมันเครื่องต่ำผิดปกติ
- มีเสียงดังผิดปกติ บริเวณ หน้าห้องเครื่องจากลูกรอก อะไรไม่ทราบ ควรใส่ใจกับ เสียงดังผิดปกติอย่างสม่ำเสมอ
- เครื่องยนต์สั่น ไม่นิ่ม มองดู สายพานเห็นแกว่งไปมา จะมีเศษสายพานหลุดออกมา
สาเหตุ
- การสึกหรอภายในเครื่องยนต์ เนื่องจากการใช้ งานตามปกติ ชิ้นส่วนที่สึกหรอไป เช่น Tappet, Oil pump, Rocker are, Piston ring, Bearing เป็นต้น
- ลูกรอก (Idler Pulley) ปั๊มน้ำ, ปั๊มพวงมาลัย พาวเวอร์, ลูกรอกตัวดึงสายพาน, ไดชาร์ท, คอมเพรชเซอร์
การบำรุงรักษาและป้องกัน
- ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง แต่เราสามารถช่วย ยืดอายุการใช้งานด้วยการเปลี่ยนถ่ายน้ำมัน เครื่องให้ตรงเวลา โดยปกติจะเปลี่ยนถ่าย ทุกๆ 5,000 กม. สำหรับน้ำมันเครื่องแบบ กึ่งสังเคราะห์ หรือ ทุก 10,000 กม. สำหรับ น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100%
- ควรเปลี่ยน Idler Pulley และตัวดึงสาย พาน Tensioner เมื่อเปลี่ยนสายพานเส้นที่ 2 หรือ 3 หรือเมื่ออายุการใช้งานมากกว่า 100,000 กม.
- ส่วนปั๊มน้ำ ปั๊มพวงมาลัยพาวเวอร์ อายุการ ใช้งานจะมากกว่า 120,000 ถึง 150,000 กม.
- การทำความสะอาด (Flushing) ทุกระยะ 80,000 กม. หรือ 2 ปี ต่อครั้ง ส่วนคอม เพรชเซอร์ อายุจะมากกว่า 180,000 กม. ถึง 200,000 กม.
ค่าใช้จ่าย
- เปลี่ยน Tappet Bearing ก่อน เวลาอันควรจะทำให้เสียค่าใช้จ่าย มาก อายุเฉลี่ยเครื่องยนต์ก่อน Over haul ควรจะมากกว่า 250,000 กม.
- เปลี่ยนปั๊มน้ำจะแพงกว่าเปลี่ยนแค่ Bearing หรือซ่อมเฉพาะที่ชำรุดจะ เสียค่าใช้จ่ายเพียง 1/2 หรือ 1/3 ของราคาปั๊มน้ำเท่านั้น
- ปั๊มพวงมาลัยพาวเวอร์ เมื่อเสียจะมี ค่าใช้จ่ายสูง หรือ อาจจะส่งผลให้ กระปุกพวงมาลัยเสียหายด้วย อัน เนื่องจากความสกปรกของปั๊มพวง มาลัยพาวเวอร์ เริ่มต้นค่าใช้จ่ายซ่อม กระปุกพวงมาลัย 5,000 บาท ถึง 15,000 บาท หรือ ถ้าเสียหายมาก ต้องเปลี่ยนทั้งชุด ราคาประมาณ 30,000 บาท

ระบบ
บังคับเลี้ยว
อาการข้อสังเกตความผิดปกติ
ปั๊มพวงมาลัยพาวเวอร์มีน้ำมัน ซึม, มีเสียงดังผิดปกติ
สาเหตุ
- ชิ้นส่วนเหล่านี้เป็นตัวก่อให้เกิดความเสียหาย ได้ เมื่อรถใช้งานมากกว่า 100,000 กม. อายุ ของ Bearing จะเสียเรื่อย และยิ่งใกล้จะหมด อายุงานด้วยควรใส่ใจเรื่องเสียงดังผิดปกติ
- Damper Crankshaftg ยางภายในแตก หลุด เสื่อมสภาพ อายุประมาณ 100,000 กม.
- Free Clutch พัดลมระบายความร้อนหน้า เครื่องยนต์ตัว Bearing ภายใน Bracket จะหมดอายุประมาณ 100,000 กม. ถึง 120,000 กม. จะมีเสียงดังจนได้ยินเพราะ แกว่งมากจนเห็นได้ชัด
การบำรุงรักษาและป้องกัน
- ควรเปลี่ยนเมื่อแตก เสื่อมสภาพ ราคา Damper Crankshaft ประมาณ 3,000 บาท ค่าแรงอยู่ที่ 900 บาท
- ควรเปลี่ยนเมื่ออายุครบ หรือได้ยินเสียงผิด ปกติที่ระยะประมาณ 100,000 กม. ถึง 120,000 กม.
ค่าใช้จ่าย
- ไม่เปลี่ยนก็มีโอกาสที่ตัว Damper Crankshaft จะหลุดออกมา กระแทกทำให้หม้อน้ำเสียหายได้
- ไม่เปลี่ยนก็มีโอกาสที่ก้านเพลา (Shaft) ของท่อพัดลมจะหลุด กระแทก กับหม้อน้ำแตก สายพาน ขาด และอาจจะหาให้อุปกรณ์อื่นๆ เสียหายตามมาอีกมากมาย

ระบบ
ระบบทั่วไป
อาการข้อสังเกตความผิดปกติ
รถที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 100,000 กม. ถือว่าใช้งาน มาก 1/3 ของอายุรถแล้ว
การบำรุงรักษาและป้องกัน
ข้อควรระมัดระวังโดยทั่วไปคือ
- การเอาใจใส่ต่อเรื่องเสียงดังผิดปกติ
- การรั่วซึมของน้ำมันบริเวณซีล หรือ จุด หมุนทั้งหมด เพื่อเฝ้าดูอาการระดับน้ำมันผิด ปกติ หรือไม่ อย่างไร?
- ใส่ใจกับ ความร้อนที่สูงผิดปกติ
- ใส่ใจกับอาการสั่น, โคลง, สะเทือนผิดปกติ กับระบบช่วงล่าง หรือ อาการผิดปกติอื่นๆ ควรรีบปรึกษาช่างผู้ชำนาญเพื่อช่วยประหยัด ค่าใช้จ่ายในการใช้รถของท่าน


Technic Jeep ฉบับย้อนหลัง

เรื่อง
ฉบับที่
ประจำวันที่
การตรวจเช็ค Senser ที่สำคัญ
1
20 ก.ย. 44
เปรียบเทียบฟอร์มและสมรรถณะ Cherokee 4.0L กับ 2.5L
2
05 ต.ค. 44
30" ยกสูงดีไหมเนี่ย??? แล้วจะยกแค่ไหนดี
2
05 ต.ค. 44
ข้อแนะนำสำหรับรถที่ยกสูง 3"
2
05 ต.ค. 44
ทำไม???ถึงบอกว่า 31" เหมาะสมที่สุดสำหรับ Cherokee
2
05 ต.ค. 44
อะไรคือ Locking differential ???
3
20 ต.ค. 44
ความสำคัญของการบำรุงรักษา
3
20 ต.ค. 44
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อของ Jeep
3
20 ต.ค. 44
ความสัมพันธ์เรื่อง ขนาดของยาง-อัตราเร่ง-แรงบิด-อัตราทดเฟืองท้าย
5
20 พ.ย. 44
ข้อควรระมัดระวังสำหรับรถ Jeep ที่มีอายุใช้งานมากกว่า 100,000 KM.
5
20 พ.ย. 44
เรื่องต้องรู้ที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับแบตเตอรี่.
6
05 ธ.ค. 44
บทความ...Jeep Liberty 8 05 ม.ค. 45
ข้อควรปฏิบัติในการนำรถข้ามน้ำ 9 20 ม.ค. 45
เฟืองท้ายมีเสียงหอน 10 05 ก.พ. 45
สาเหตุความเสียหายของเกียร์อัตโนมัติที่พบมากที่สุด 13 25 มี.ค. 45
Diagnostic Trouble Code Descriptions (1994-1997) 14 10 เม.ย. 45
Description And Operation (1998-2000) 14 10 เม.ย. 45
การบำรุงรักษาเกียร์ Manual 5 Speed Jeep Cherokee 2.5L 16 10 พ.ค. 45
เพลาข้างพัง??? 16 10 พ.ค. 45
แรงดันลมยางกับประสิทธิภาพการขับขี่ 17 10 มิ.ย. 45