“เดมเลอร์ผลิตเฮอริเคนที่มีความคล่องตัว และประสิทธิภาพ รวมทั้งกำลังจากเครื่องยนต์มากที่สุด เท่าที่เคยผลิตขึ้นมา เพื่อแสดงความคารวะก่ผู้หลงใหลรถจี๊ปที่มีเอกลักษณ์ของรถออฟโรด และสมรรถนะในกาลุย”

Last updated: Apr 25, 2018  |  170 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข่าวสาร GMC WORK SHOP

“เดมเลอร์ผลิตเฮอริเคนที่มีความคล่องตัว และประสิทธิภาพ รวมทั้งกำลังจากเครื่องยนต์มากที่สุด เท่าที่เคยผลิตขึ้นมา เพื่อแสดงความคารวะก่ผู้หลงใหลรถจี๊ปที่มีเอกลักษณ์ของรถออฟโรด และสมรรถนะในกาลุย”

“เดมเลอร์ผลิตเฮอริเคนที่มีความคล่องตัว และประสิทธิภาพ รวมทั้งกำลังจากเครื่องยนต์มากที่สุด เท่าที่เคยผลิตขึ้นมา เพื่อแสดงความคารวะก่ผู้หลงใหลรถจี๊ปที่มีเอกลักษณ์ของรถออฟโรด และสมรรถนะในกาลุย”

 

 

ค่ายเดมเลอร์ไครสเลอร์ เรียกเสียงซู้ดปากจากลูกค้าอีกครั้งเมื่อนำต้นแบบ จี๊ปเฮอริเคน รถขับเคลื่อนสี่ล้อจอมพลังที่สามารถลุยไปได้ทุกที่บนพื้นโลก เนื่องจากการติดตั้งระบบบังคับเลี้ยวแนวคิดใหม่ที่ให้ความคล่องตัวสูง ทั้งยังได้กำลังจากเครื่องยนต์ HEMI 2 ตัวที่ให้แรงม้ารวมกันกว่า 600 ตัว

   

 

หลังจากประสบความสำเร็จในการผลิต ME 4-12 ที่สามารถเคลมตำแหน่งรถสปอร์ตที่มีความเร็วสูงที่สุดในโลก ( 406 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ) ค่ายเดมเลอร์ โครสเลอร์ ก็เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมเข้างาน 2005 นอร์ธ อเมริกา อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต้โชว์ ( NAIA ) ที่จัดขึ้นในเมืองดีทรอยด์ มลรัฐมิชิแกน อยู่ขณะดีด้วยจี๊ป เฮอริเคน รถขับเคลื่อนสี่ล้อขาลุยที่ติดตั้งระบบบังคับเลี้ยวแบบใหม่ ที่สามารถบังคับเลี้ยวได้ทั้งสองล้อหน้าและสองล้อหลัง อย่างอิสระ แต่จุดเด่นที่สำคัญ ที่สุดของรถคันนี้ ได้แก่ รถคันนี้มีแรงม้าที่พร้อมปลดปล่อยได้ทุกเมื่อที่กดคันเร่งถึง 670 แรงม้า !! ที่พร้อมจะพาผู้ขับไปได้ทุกที่บนพื้นโลก

 

“ เดมเลอร์ผลิตเฮอริเคนที่มีความคล่องตัว และประสิทธิภาพรวมทั้งกำลังจากเครื่องยนต์มากทีสุด เท่าที่เคยผลิตขึ้นมาเพื่อแสดงความคารวะแก่ผุ้หลงไหลรถจี๊ปที่มีเอกลักษณ์ของรถออฟโรด และสมรรถนะในการลุย” เทรเวอร์ ครีด รองประธานกรรมการอาวุโสไครสเลอร์ กรุ๊ป ดีไซน์ อธิบายถึงวัตถุอุปสงค์ในการผลิตรถคันนี้ขึ้นมา

 

รูปทรงของตัวรถอาจะดูเหมือนรถจี๊ปรุ่น แรงเลอร์ ( Wrangler ) นำมาเปิดประทุน และตัดส่วนเกินออกไป ทั้งยังมีเพียงแค่ห้องโดยสารขนาดเล็กที่มีที่นั่งเพียงสองที่ และแผงหน้าปัดกับพวงมาลัยแบบสามก้านเท่านั้นแต่ความไม่ธรรมดาของต้นแบบของคันนี้อยู่ที่เครื่องยนต์ HEMI ขนาด 5.7 ลิตร 2 ตัว ซึ่งติดตั้งด้านหน้าในห้องเครื่องยนต์ปกติ และทางด้านหลังห้องโดยสารอีกตัวหนึ่ง ร่วมกันผลิตแรงม้าสูงสุด 670 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 740 ปอน์ด – ฟุต ทำให้รถทะยานจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ด้วยเวลาที่น้อยกว่า 5 วินาที

 

 

อย่างไรก็ตามในเวลาปกติที่ไม่ต้องการกำลังจากเครื่องยนต์ 8 สูบทั้งสองเครื่อง ระบบ Multi Displacement System ก็จะตัดการทำงานของลูกสูบ ลงเหลือ 4-8-12 สูบ ซึ่งจะลดกำลังของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ การขับขี่ ณ เวลานั้น เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงลงไปด้วย ซึ่งในระบบเดียวกันที่ใช้กับเครื่องยนต์ วี 12 สูบที่ติดตั้งในรถเอส 600 กำลัง ของเครื่องยนต์จะส่งผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด และผ่านไปยังชุดส่งกำลังที่ปรับอัตราทดได้ตั้งแต่ 1: 1 , 2:1 และ 4:1

 

 

เจ้าพายุจอมพลังคันนี้มีความยาวเพียง 3.85 เมตร และมีฐานล้อยาว 2.74 เมตร สามารถลุยไปในเส้นทางต่างๆ กัน ทั้งไต่ทางชันถึง 64 องศา และสามารถข้ามเครื่องกีดขวางที่มีมุมถึง 86.7 องศา เนื่องจากระยะห่างจากพื้นสูงถึง 14.3 นิ้ว ผนวกกับล้อมีความสูงถึง 37 นิ้วทำให้การเดินทางไปในเส้นทางต่างๆ ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นยังติดตั้งระบบเลี้ยวสี่ล้อ ที่ปรับองศาล้อทั้งสี่ ให้หันไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อหมุนตัวรถเป็นวงกลมได้อย่างง่ายได้ หรือจะเลือกบังคับหมุนเลี้ยวล้อคู่ใดคู่หนึ่งก็ได้ ซึ่งช่วยให้คอออฟโรด นำรถผ่านอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างง่ายขึ้น

 

 

 
รูปแบบของรถที่แสดงถึงความเป็นออฟโรดอย่างตรงไปตรงมา โดยตัดสิ่งอำนวยความสะดวกออกไปทั้งหมดแม้กระทั่งประตู ทั้งยังใช้วัสดุที่แข็งแรง และน้ำหนักเบาอย่าง คาร์บอนไฟเบอร์ , อะลูมิเนียม, และไทเทเนี่ยม ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของไครสเลอร์ที่ต้องการสร้างความตื่นตัวในตลาดออฟโรด เพื่อกระตุ้นยอดขายรถจี๊ป ในฐานะผู้นำตลาดออฟโรด และช่วยให้ค่ายเดมเลอร์ ไครสเลอร์สามารถเอาตัวรอดในสงครามแย่งชิงส่วนแบ่งในสหรัฐที่รุนแรงมากในปัจุบัน

 

 

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจาก USA >>

 

 

Motoring ปีที่ 5 ฉบับที่ 1,975 วันที่ 16-19 มกราคม 2548 หนังสือพิมพ์ ฐานเศรษฐกิจ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com